fic นารุโตะ - Submarine has no spring (คิซาเมะ x ซุยเงสึ) Chapter 11
posted on 10 Oct 2009 18:48 by jacknife in Writing
Submarine has no spring – ใต้ทะเลไม่มีฤดูใบไม้ผลิ : Chapter 11
by อีเห็นระวังภัย
ทั้งสองร่างขยับขึ้นพร้อมกัน คิซาเมะถึงกับลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าคือดวงตาของซุยเงสึที่จับจ้องใบหน้าเขาอยู่...ดวงตาคู่นั้นทอประกายประหลาดที่ชายหนุ่มไม่เคยเห็นจากคู่นอนคนไหน เจ้าเด็กนี่คิดอะไรอยู่กันแน่?
เรื่องที่กำลังทำอยู่ เรื่องของเขา หรือคิดไปไกลถึงบุคคลในห้วงคำนึงที่เขาไม่รู้จัก?
ชายหนุ่มรั้งสะโพกของซุยเงสึเอาไว้ให้เป็นฝ่ายอยู่นิ่ง ๆ โดยเขาจะเป็นผู้ขยับเอง ซึ่งมันไม่ง่ายนัก เพราะเขาเป็นฝ่ายถูกนั่งคร่อมทับอยู่ ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ไม่คิดจะเปลี่ยนลีลาการหาความสุขจากร่างตรงหน้า เพราะผิวเนียนมือที่สะโพกของเด็กหนุ่มให้สัมผัสที่ดีเหลือเกินกับมือของเขา คิซาเมะไล้มือไปยังก้นที่นุ่มไปยิ่งกว่าแล้วแทรกนิ้วผ่านเข้าไปอีก เสียงเด็กหนุ่มครางปนสะอื้นฮั่ก เพียงแค่ความใหญ่โตของส่วนกายของเขาก็แทบจะเกินพอที่ซุยเงสึจะรับไหวแล้ว เด็กหนุ่มกระตุกร่างเกร็ง แล้วพยายามขยับร่างอีกครั้งเพื่อสะสมความวาบหวามจากสัมผัสของเขา คราวนี้ชายหนุ่มปล่อยให้ซุยเงสึขยับร่างได้ตามใจ เพราะการขยับคราวนี้ของเด็กหนุ่มเบื้องบนร่างเขา นำความรู้สึกสุขสมใจมาให้เขาอย่างที่สุด คิซาเมะขยับตัว และควบคุมจังหวะของอีกฝ่ายให้อยู่ในเกมของเขา...เขาคือผู้ควบคุม ซุยเงสึยามนี้ดูไร้พิษสง ได้แต่รอชะตากรรมที่เขาจะมอบให้ว่ามันจะมาถึงในรูปแบบใด มืออีกข้างของเขาบีบและบดขยี้ยอดอกเด็กหนุ่มให้มันแข็งเป็นไต...ไม่ค่อยได้ผลนัก เพราะมันเป็นอยู่แล้วจากห้วงอารมณ์หวามที่เขากำลังมอบให้เด็กหนุ่ม
มือนุ่มเนียนนั้นจิกเกร็ง...ขาเนียนนั้นก็เกร็งไม่แพ้กัน ใบหน้าของซุยเงสึซบลงกับต้นคอของเขาแน่น แขนโอบรอบคอเขา กอดจนร่างทั้งร่างแนบชิดกับเขาไม่มีที่ให้อากาศผ่าน น้ำขาวขุ่นทะลักทลายออกมาอีก ภายในร่างกายบดเบียดตอดกระตุกร่างของเขาที่ยังฝังอยู่ในตัวเด็กหนุ่ม แม้แต่นิ้วที่สอดเข้าไปก็ยังสัมผัสได้ถึงแรงบีบรัดนั้น
...ทว่านอกจากเสียงลมหายใจถี่กระชั้น กลับไม่มีเสียงครวญครางเลยแม้แต่แอะเดียว
ชายหนุ่มหงุดหงิดนัก...เขาอยากให้เจ้าเด็กนี่ดำเนินเซ็กส์ไปในวิถีทางปกติ ถ้ารู้สึกดีก็ร้องออกมาให้เขาได้รู้ ได้มีอารมณ์ร่วมไปด้วยกัน อยากให้ซุยเงสึต้องการเขาจนทนไม่ไหว ถึงกับต้องกรีดร้องออกมา...
...อยากให้มันอ้อนวอน ร้องขอจากเขา...
ร่างของชายหนุ่มขยับอีกครั้งโดยไม่สนใจว่าเด็กหนุ่มเพิ่งผ่านจุดสูงสุดแห่งห้วงอารมณ์มาหมาด ๆ เขากระแทกร่างกระชั้นถี่ กระชากเอาซุยเงสึเข้าสู่ห้วงปรารถนาอีกครั้ง...แม้จะโดยไม่เต็มใจนักก็ตาม คราวนี้เหตุการณ์เป็นไปโดยสาสมใจเขา เพราะเด็กหนุ่มร้องออกมาคำหนึ่ง แต่จากนั้นก็เงียบไป เหลือแต่เพียงเสียงลมหายใจ จนกระทั่งคิซาเมะบรรลุความต้องการของตน พร้อม ๆ กันกับที่ซุยเงสึปลดปล่อยความปรารถนาอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ร่างของคนทั้งสองยังเกาะเกี่ยวกันไว้แน่นหนา เมื่อชายหนุ่มลูบเส้นผมนุ่มเหมือนไหมของอีกฝ่ายเล่น มันให้สัมผัสดีเยี่ยมไม่แพ้ผิวหนังเนื้อตัวของเด็กหนุ่ม ดีกว่าที่เขาเคยสัมผัสหญิงสาวคู่รักในอดีตทุกคน คิซาเมะรู้สึกผิดนิดหน่อยที่นำเธอเหล่านั้นมาเปรียบเทียบ แต่จากประสบการณ์ที่เขาเคยผ่านมาในชีวิต ไม่มีใครเทียบเด็กหนุ่มได้ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือลีลา
นิ้วของเขาเคาะแก้มซุยเงสึเล่นเป็นจังหวะ มันเงยหน้าขึ้นเหมือนคิดว่าเขาเรียก ดวงตายังหรี่ปรือ
“มีอะไรหรือครับ?”
“จะหลับแล้วหรือ เห็นทำหน้าเหมือนง่วงนอน”
“แค่เพลีย ๆ น่ะครับ เมื่อตะกี้ผมฟินตั้ง 4 ครั้งติด ๆ กัน ยังสดชื่นรื่นเริงอยู่ได้ก็ไม่ใช่มนุษย์แล้ว” มันงึมงำ
“4 ครั้งเชียว...” ชายหนุ่มกระชับวงแขนแน่นเข้า อดภาคภูมิใจในตัวเองไม่ได้ที่ทำให้เด็กหนุ่มมีความสุขขนาดนั้น
“มีใครเคยทำให้นาย 4 ครั้งติดกันแบบนี้ไหม?” เขาอดอยากรู้ไม่ได้ มันส่ายหัว
“ม่าย...คนจ่ายเงินเขาก็คิดถึงแต่ความฟินของตัวเองเท่านั้น ใครจะมาสนใจเด็กไซด์ล่ะรุ่นพี่”
ถ้อยคำเหล่านั้นทำให้ชายหนุ่มลูบหลังมันเบา ๆ จูบที่ติ่งหู...เด็กหนุ่มสูดลมหายใจ กลั้นเสียงคราง
“รุ่นพี่คิซาเมะครับ...”
จู่ ๆ คนในอ้อมแขนของเขาก็เรียกชื่อ ขยับออกห่างจากการกอดเขาแน่นและซบซอกคอ เป็นกอดหลวม ๆ แต่ยังอยู่ในวงแขนเขา
“อะไร?” ชายหนุ่มออกจะประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของซุยเงสึ เด็กหนุ่มยืดหลังตรงเท่าที่ท่านั่งจะอำนวย ดวงตาเบิกกว้าง วูบนั้นเขาคิดว่ามีใครมาเห็นเสียแล้วกระมัง ว่าเขากับมันกำลังทำอะไรกันอยู่ แต่ปรากฏว่าไม่ใช่อย่างนั้น
“ซาเมฮาดะคุง Jr. กำลังมองเราอยู่...”
สิ้นคำ ชายหนุ่มก็หันขวับไปยังตู้ปลา ทั้งซาเมฮาดะ Jr. กับฝูงปลาทองอีกหมู่ใหญ่หันหน้ามาทางเขา...อาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เมื่อเขาจ้องตอบ มันก็ยังจ้องกลับมาโดยที่ไม่ว่ายแยกย้ายออกไปตามปกติปลาทองทั่วไป มองอย่างตำหนิติเตียน
ปากบุ่ย ๆ บนหัวโม่ ๆ นั้นพ่นฟองน้ำใส่หน้าเขา...บ็อบ!
“ไอ้ปลาบ้า!”
ชายหนุ่มผรุสวาท ผลักซุยเงสึให้ลุกออกไป เด็กหนุ่มร้องโอ้ย เมื่อร่างหลุดจากแก่นกายของเขาไปนอนหงายแอ้งแม้งอยู่บนโซฟาด้วยแรงผลักที่ไม่เบานัก คิซาเมะหันไปตามเสียงอุทาน มันขมวดคิ้ว
“เสร็จศึกก็ฆ่าขุนพลเลยนะ รุ่นพี่!”
“ขุนพลอย่างนาย ตายซะได้ก็ดี!”
“โอ้โห...พูดกันอย่างนี้เลยนะ...ผมตายรุ่นพี่จะร้องไห้หรือเปล่าล่ะ?” มันยิ้มล้อเขา
“มีใครร้องไห้เวลาเซ็กส์ทอยพังมั่งล่ะ?”
เขาทันเห็นมันสะอึก...คำว่าเซ็กส์ทอยแรงไปสำหรับมันหรือเปล่า? คิซาเมะชักจะว้าวุ่นใจ
“ถึงเป็นเซ็กส์ทอย ก็เป็นเซ็กส์ทอยชั้นหนึ่ง ใครเคยใช้ผมแล้วต้องติดใจทุกคน ตัดใจไม่ได้ง่าย ๆ หรอกรุ่นพี่...”
นั่นไงล่ะ...สิ่งที่ไอ้เด็กนี่สนใจก็มีแต่เซ็กส์เท่านั้น...
ชายหนุ่มข่มความรู้สึกผิดหวังที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก แล้วเขาก็ต้องแปลกใจตัวเอง
...เขาจะผิดหวังไปทำไม นี่มันไม่ได้เกินกว่าที่เขาคาดหมายไว้เลยด้วยซ้ำ
เขาตอบตัวเองว่า ความผิดหวังที่คิดว่าอาจแก้ไขให้เด็กหนุ่มกลับมาเดินทางที่ถูกที่ควรเหมือนคนปกติในสังคมได้ แต่ตอนนี้เท่าที่เขาดู ๆ อยู่ เห็นทีจะเป็นไปได้ยากเสียแล้ว เด็กหนุ่มไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ด้วยความจำเป็นหรือจำใจ
...มันพอใจที่จะเป็นของเล่นทางเพศของผู้ใหญ่แลกเงิน หรือแม้แต่ความสุขชั่วครั้งชั่วคราวต่างหาก
คราวนี้คิซาเมะตอบตัวเองไม่ได้ ทำไมหัวใจของเขาถึงหดหู่ลงอย่างประหลาด...
เขาก็เป็นหนึ่งในผู้ใหญ่สารเลวที่ให้ความสุขสมในเพศรสกับซุยเงสึเพื่อแลกกับสัมพันธ์ทางกาย...
...ไม่ได้ดิบดีไปกว่าลูกค้าของเด็กหนุ่มด้วยซ้ำ...เขายิ้มเยาะตัวเอง...ซุยเงสึนอนกับลูกค้ายังได้เงินบ้าง แต่นอนกับเขา นอกจากความสุขทางเพศแล้ว เด็กหนุ่มไม่เคยได้รับสิ่งใดตอบแทนเลย แม้แต่การมองในฐานะเป็นคนคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่เด็กไซด์ไลน์!
“รุ่นพี่ครับ ทำไมเงียบไป? ไม่พอใจผมเหรอ? โกรธหรือเปล่า?”
เด็กหนุ่มคุกเข่าลงกับพื้น เงยหน้าขึ้นมองเขาที่นั่งบนโซฟา ก้มหน้ามองพื้นเหมือนไม่อยากสบตากับคนทั้งโลก
คิซาเมะมองภาพตรงหน้าเขา เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง บอบบาง เส้นผมสีอ่อนตัดเข้ารูปเข้าทรง ปลายผมระไหล่...เขาจำได้ว่ามันนุ่มมือเพียงใดยามสัมผัส เช่นเดียวกับผิวหนังขาวผ่องเนียนละมุน ดวงตาคู่สวยนั้นสวยเสมอไม่ว่ายามหลับตาหรือลืมตาอย่างตอนนี้ จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากสีสดอิ่มพอดี คางมน คอเรียวสวยระหงสมตัว คุณสมบัติความงามดีเลิศ...
...ทำไมถึงต้องทำให้ตัวเองตกต่ำลงไปขนาดนี้ด้วยนะ?
---------------------------------------------------------------------------------
อิทาจิกลับเข้ามาในห้องฝ่ายบุคคลหลังบ่ายโมงไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง นั่นเป็นสถิติที่ดีที่สุดในรอบปี ชายหนุ่มไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในห้อง หรือว่าก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามา ห้องนี้ถูกใช้ในกิจกรรมใด คิซาเมะหลบตาผู้เป็นเจ้านายด้วยความรู้สึกผิดในใจ
“ซาเมฮาดะคุง Jr. กินข้าวกลางวันหรือยัง?”
อิทาจิถามขึ้นเป็นอย่างแรก ตั้งแต่ได้รับฝากเลี้ยงตันโจยักษ์เอาไว้ อิทาจิดูจะเห่อมากกว่าผู้เป็นเจ้าของที่ไป ‘ช้อน’ มาได้จากงานวัดเสียอีก ชายหนุ่มร่างบางแนบหน้ากับกระจกเหมือนตอนก่อนออกไป พยายามมองหาเศษอาหารปลาอันเป็นเครื่องหมายว่าผู้ที่เขามอบหมายให้ดูแลซาเมฮาดะคุง Jr. จะไม่ลืมให้อาหาร แต่ก็ไม่พบสิ่งใด คิซาเมะยิ้มกับภาพที่เห็น...น่าอิจฉาปลาทองตู้นี้ที่มีแต่คนสวย ๆ หน้าตาดีขั้นเทพเอาหน้าแนบกระจกผลัดกันมองดูมัน ตันโจทองสะบัดหางพริ้วหมุนตัวโชว์เจ้าของใหม่ที่กิ๊วก๊าวใหญ่กับความแสนรู้ของมัน
“ว่าไงล่ะ คิซาเมะ ให้อาหารกลางวันหรือยัง?” อิทาจิถามย้ำ
“ผมบอกตั้งหลายหนแล้วว่าปลาทองน่ะให้กินแค่มื้อเช้ามื้อเดียวก็พอ”
ชายหนุ่มพูดในสิ่งที่เขาพูดมาตลอด 5 ปีให้อีกฝ่ายฟัง...อิทาจิไม่เคยเชื่อเรื่องนี้เลย
“ปลาทองนะ ไม่ใช่พระ จะได้กินมื้อเดียว ถึงจะเห็นเหลือง ๆ ทอง ๆ เหมือนกันก็เถอะ”
นาน ๆ ที อิทาจิจะเล่นมุขบ้าง คิซาเมะหัวเราะรับทั้งที่ไม่ได้ขำอะไรนักหนา...ถือว่าเป็นการให้กำลังใจ
“แต่ปลาทองกินมื้อเดียวจริง ๆ นี่ครับ”
“จริง ๆ แล้วพระยังฉันสองมื้อเลยนะ ฉันเช้า กับฉันเพล”
อิทาจิยังเถียงไปเรื่อย ๆ ทั้งที่พูดกันคนละเรื่อง คนละหัวข้อ ชายหนุ่มชินเสียแล้ว ปล่อยให้อีกฝ่ายหยิบซากุระคลอโรฟิลถุงใหม่บนหิ้งเทลงไปรวดเดียวครึ่งถุง...ขยักอีกครึ่งเอาไว้...ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเทลงไปอีกครึ่งซองที่เหลือ
“เดี๋ยวไม่อิ่มเนอะ”
ประโยคนั้นหันมาพูดกับคิซาเมะเหมือนจะขอความคิดเห็น แต่ชายหนุ่มรู้...ถึงเขาจะให้ความคิดเห็นอะไรออกไป อิทาจิก็ไม่ฟังหรอก
“เนี่ย...ซุยเงสึต้องให้กินอิ่มแน่ ๆ ถึงได้ตัวโต กำยำล่ำสันแบบนี้ ของเราคิซาเมะให้กินนิดเดียวเลยผอม”
ประโยคนั้นเหมือนจะตำหนิเขาที่ขี้เหนียว ไม่ให้อาหารปลากินให้อิ่ม ปลาทองเลยแคระแกร็น
“มันคนละพันธุ์กันน่ะครับ ของเราตัวละ 40 บาท แต่ของเขามันตันโจจักรพรรดิตัวละเป็นหมื่น”
พูดไปแล้ว ชายหนุ่มก็นึกสะดุ้งในใจ...อิทาจิเชื่อว่าซุยเงสึไปช้อนปลางานวัดได้มา ไม่ได้ซื้อเอง
“ตัวละหมื่นเลยเหรอ โอ้โห...ร้านช้อนปลาใจป้ำจัง...ซุยเงสึก็เก๊ง~เก่ง ช้อนได้ด้วย”
จากคำพูด ดูเหมือนอิทาจิจะเชื่อจริง ๆ นั่นแหละว่าเจ้าเด็กนั่นช้อนปลาทองได้ คนรักของประธานบริษัทแสงอุษานิ่งคิดอะไรอยู่สักอย่าง สำหรับคิซาเมะแล้ว นั่นเป็นสัญญาณไม่ปลอดภัยนัก เพราะแปลว่าอิทาจิกำลังคิดก่อการอะไรสักอย่างอยู่แน่ ๆ
“คิซาเมะ...” ...นั่นไง...เอาแล้ว...ชายหนุ่มเกร็งมือที่จับปากกาทำงานอยู่โดยไม่รู้ตัว
“คิซาเมะ...ซาเมฮาดะคุง Jr. อยู่คนเดียวคงเหงานะ...” เสียงเรื่อย ๆ นั้นเงียบไปพักหนึ่ง
“ก็มีเพื่อนอยู่เต็มตู้ไม่ใช่หรือครับ”
เขาชี้ให้เห็นปลาทองตัวละ 40 บาท ที่ว่ายอ้อล้อซาเมฮาดะ Jr. อยู่ราวสิบกว่าตัว ราวกับดาวล้อมเดือน
“ถึงมีเพื่อนก็เหมือนพี่ไม่มีเพื่อน เพราะไม่เหมือนนุชนาถที่มาดหมาย
มีเพื่อนเล่นก็ไม่เหมือนมีเพื่อนตาย มีเพื่อนชายก็ไม่เหมือนมีเพื่อนชม”
อิทาจิตอบอย่างเจ้าบทเจ้ากลอน คิซาเมะตีหน้าเบื่อสุดขีด...อิทาจิเริ่มจะหางานให้เขาทำอีกแล้ว...
“ทำไมไม่คิดบ้างว่ามันอาจจะชอบใจที่มีอีหนูมารุมล้อม มากกว่ามีเมียแต่งคอยคุมทุกฝีก้าว”
อิทาจิหันมามองเขาอย่างทึ่ง ๆ เหมือนไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
“งั้นซาเมฮาดะคุง Jr. ก็เป็นปลาเจ้าชู้น่ะสิ?”
ผู้ถูกกล่าวถึงสะบัดครีบหางเหมือนโมโหที่ถูกกล่าวหาโดยที่ไม่สามารถโต้ตอบอันใดได้
“จริง ๆ แล้วอาจเป็นปลาทองเกย์ก็ได้นะครับ” คิซาเมะใส่ความต่อไป
“เอ๋ ทำไมล่ะ?” อิทาจิถามอย่างใสซื่อ
“ก็ผู้ชายในบริษัทแสงอุษาเราจับคู่กันเป็นคู่ ๆ ตั้ง 2-3 คู่ ทำไมปลาทองจะจับคู่ผู้ชายกันบ้างไม่ได้?”
ชายหนุ่มให้ผลที่ฟังดูไม่ค่อยมีเหตุเท่าไร แต่อิทาจิกระพริบตาปริบ ๆ
“นอกจากชั้นกับมาดาระแล้ว ยังมีคู่ไหนอีกเหรอ?”
“ฮิดันกับเดอิดาระไงครับ”
ความละอายแก่ใจทำให้เขาไม่พูดชื่อซุยเงสึออกมา...ที่จริงมันกับเขาก็ไม่ใช่คู่...ในความหมายที่กำลังคุยกับอิทาจิสักหน่อยนี่
“ฮิดันน่ะ เคยเห็นอยู่ แต่เดอิดาระนี่ใครกันเหรอ?”
คิซาเมะถอนหายใจเฮือก ครึ่งปีผ่านไปตั้งแต่เหตุการณ์กีฬาสี...บวกกับปีกว่า ๆ ก่อนหน้าที่เดอิดาระเข้าทำงาน ก็ยังไม่ทำให้อิทาจิจดจำฝ่ายนั้นได้อยู่ดี ถ้าเขาเป็นเดอิดาระคงน้อยใจแย่ นี่แหละ โทษฐานของการทำตัวเป็นสตอล์คเกอร์เกินเหตุจนไม่รู้จักเปิดตัวให้อีกฝ่ายจำได้ล่ะ
“ช่างเถอะครับ ถือเสียว่าผมไม่เคยพูดถึงเถอะ” ชายหนุ่มถอนหายใจ
“นี่ ๆ ...ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เราหาเพื่อนให้ซาเมฮาดะคุง Jr. ดีกว่านะ เพศเดียวกันก็ได้”
คิซาเมะชักไม่เข้าใจตรรกะความคิดของอิทาจิมากขึ้นทุกที ตกลงจะเอายังไงกันแน่นะ?
“แล้วซาเมฮาดะ Jr. นี่เป็นตัวผู้หรือตัวเมียกันล่ะครับ?”
อิทาจินิ่งไปชั่วอึดใจอย่างกำลังไตร่ตรอง “ชื่อซาเมฮาดะฟังดูแมนนะ...คงเป็นผู้ชายมั้ง”
“แล้วอีกตัว คุณอิทาจิอยากได้ตัวผู้หรือตัวเมียล่ะครับ?”
“ถ้าเป็นตัวเมียจะสีซีดไม่สวยหรือเปล่านะ?” เจ้านายของคิซาเมะพึมพำ “สัตว์ส่วนมากตัวผู้จะสวยกว่าตัวเมียเยอะเลย อย่างพวกนกยูง หรือพวกปลาก็แบบปลากัด ปลาหางนกยูง...”
“สำหรับปลาทอง ตัวผู้ตัวเมียก็สวยเท่ากันแหละครับ ไม่เหมือนปลาหางนกยูงหรอก”
ชายหนุ่มให้ข้อมูล เขามีหน้าที่เลี้ยงดูปลาพวกนี้ให้กับอิทาจิ เพราะมาดาระเห็นว่าหากปล่อยให้คนรักเลี้ยงเอง ปลาคงตายหมดตู้ เป็นบาปเป็นกรรมติดตัวไปชาติหน้าเปล่า ๆ ดังนั้นข้อมูลเบื้องต้นแบบนี้เขาจึงรู้ดี
“ดีจังเนอะ ไม่ต้องคิดมากว่าใครจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเสียเปรียบด้วย”
อิทาจิโพล่งออกมาอย่างทึ่ง ๆ ชายหนุ่มยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดู “ตกลงอยากได้ตัวเมียใช่ไหมครับ?”
อิทาจิยิ้ม หลุบตา หน้าแดงระเรื่อ “ชั้นอยากได้ลูกเล็ก ๆ ...”
คิซาเมะเกือบหลุดปากให้คำแนะนำออกไปแล้วว่า เรื่องนั้นให้ปรึกษาประธานมาดาระจะถูกคนกว่า แต่อิทาจิยังพูดไม่จบ
“ชั้นอยากได้ลูกเล็ก ๆ ว่ายน้ำตามพ่อแม่ส่ายหางริก ๆ เป็นขบวน คงน่ารักน่าดูเลยนะคิซาเมะ”
“ครับ...แล้วผมจะหามาให้ก็แล้วกัน”
สำหรับเรื่องของอิทาจิ เป็นเรื่องที่ไม่ว่าคิซาเมะคิดว่าจะคัดค้านเพียงใด แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้จนได้ในที่สุด
“ขอบคุณมากนะ คิซาเมะใจดีจัง”
อิทาจิยิ้มหวานจนน้ำตาลแพ้ราบคาบ ก้าวไปนั่งประจำโต๊ะทำงาน ฮัมเพลงหงุงหงิง หยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง...ไม่ได้ทำงาน แต่วาดรูปเล่น เป็นรูปปลาทองคู่หนึ่ง หางยาวพริ้ว แต่ครีบกุด ตัวกลมป่องน่าขัน คนรักของมาดาระไม่มีพรสวรรค์ในการวาดรูปแบบเหมือนจริง แต่สำหรับการวาดแบบเซอร์เรียล คือเหนือจริงแล้ว อิทาจิดูจะทำได้ดีจนคนดูจับเค้าไม่เคยได้ว่ากำลังวาดรูปอะไรอยู่กันแน่
เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังง่วนอยู่กับกิจกรรมสุดเพลิดเพลินในช่วงบ่าย ชายหนุ่มจึงรีบคว้าสวิงมาช้อนอาหารปลาที่เริ่มขึ้นอืดลอยเป็นแพออกใส่ถังขยะอย่างรวดเร็ว ก่อนที่น้ำจะเน่า เท่านี้เขาก็ต้องคอยเปลี่ยนน้ำตู้ปลาอาทิตย์ละสองครั้งเป็นประจำอยู่แล้ว มิฉะนั้นอาจจะทำให้ปลาตายหมดตู้จากความต้องการเลี้ยงปลาให้อิ่มหนำสำราญของอิทาจิ ซาเมฮาดะ Jr. ตันโจยักษ์ที่กำลังสวาปามซากุระคลอโรฟิลอย่างตะกละตะกรามจ้องหน้าเขาเขม็ง เมื่อเขาช้อนเอาอาหารปลาตรงจุดที่มันกำลังกินอยู่ใส่สวิงแล้วเททิ้งไป มันพ่นฟองน้ำใส่หน้าเขาเหมือนกำลังด่า บ็อบ...บ็อบ... เขาเคยได้รับข้อมูลมาว่าปลาทองนั้นโง่และความจำสั้น แต่เมื่อสบตากับเจ้าซาเมฮาดะ Jr. แล้ว เห็นได้ชัดว่าระดับสติปัญญาของมันคงไม่ต่ำกว่าร้อยจุดไอคิว และมันคงอาฆาตพยาบาทที่เขาแย่งอาหารมันไปชั่วชีวิต...ชักจะไม่เชื่อแล้วว่าปลาทองความจำสั้น...คนทดลองเรื่องนี้ต้องไม่เคยรู้จักเจ้าซาเมฮาดะ Jr. นี่แน่ ๆ !
มันจะฉลาดพอที่จะพูดได้ไหมนะ? คิซาเมะชักจะระแวง
แล้วถ้ามันพูดได้ มันจะฟ้องอิทาจิไหมว่าเมื่อพักกลางวัน เกิดอะไรขึ้นในห้องฝ่ายบุคคล?
อิทาจิเงยหน้าขึ้นหลังจากที่เขาช้อนอาหารปลาหมดจากตู้ ใบหน้างามนั้นยิ้มอย่างตื่นเต้น
“ดูสิ! ท่าจะหิวนะ กินหมดเลย เห็นไหม”
แล้วเจ้านายของคิซาเมะก็หยิบอาหารปลาซากุระคลอโรฟิลที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะตัวเองออกมา เนื่องจากคิซาเมะไม่เคยยอมให้วางอาหารปลาเกิน 2 ซองบนหิ้ง เพราะอิทาจิจะประดังใส่ลงไปหมด ชายหนุ่มคร้านที่จะเถียงหรือพูดจาอะไร ปล่อยให้เจ้านายตัดปากถุงแล้วเทอาหารปลาถุงใหม่ใส่ตู้ หลังจากเทส่วนที่เหลือจากถุงเก่าใส่ไปแล้วจนหมดซอง...
...เอาวะ เดี๋ยวค่อยช้อนออกอีกทีก็ได้ฟะ!
ชายหนุ่มคิดอย่างเซ็ง ๆ ปล่อยให้อิทาจิได้ทำตามใจชอบจนสมใจ กลับไปนั่งโต๊ะ วาดรูปใหม่อีกรูป คราวนี้เป็นรูปปลาทองสองตัวที่อ้วนใหญ่ไปกว่าเก่า ตัวหนึ่งนั้นอ้วนกว่าอย่างเห็นได้ชัด มีปลาตัวเล็ก ๆ ที่อ้วนปี๋หางสั้นกุดว่ายตามเป็นพรวน คิซาเมะคว้าสวิงขึ้นช้อนทิ้งอีกที
ถ้าอิทาจิดีใจว่าปลากินหมด อย่างน้อยก็ควรสบายใจว่ากิน 2 แถม 2 ถุง คงรองท้องอยู่ได้นานพอสมควร
“คิซาเมะสนิทกับซุยเงสึเหรอ?”
อิทาจิถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ชายหนุ่มสะดุ้ง ปฏิเสธเป็นพัลวัน
“เปล่านะครับ ทำไมคุณอิทาจิถึงคิดแบบนั้น?”
...หรือเมื่อกี้ ตอนที่ให้อาหาร ไอ้ซาเมฮาดะ Jr. มันฟ้อง?
“ก็เห็นซุยเงสึชอบมาหา เอาปลาทองมาให้เลี้ยงด้วย คนไม่สนิทกันเขาไม่ทำหรอกมั้ง”
“มันก็แค่ชอบแกล้งผม เลยหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ต่างหาก!”
ชายหนุ่มให้เหตุผลที่เขาใช้ตอบตัวเองในยามที่สงสัยเช่นเดียวกับที่อิทาจิถาม...ฟังดูแปลก ๆ และไม่น่าเชื่อนัก แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลที่ดีกว่านี้มาอธิบายได้อย่างไร อิทาจิยกมือขึ้นจับผมทัดหู เงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาคู่สวยไม่แพ้ซุยเงสึ แต่สวยไปคนละแบบ
อิทาจิสวยแบบนิ่ง ๆ เรียบ ๆ ใสซื่อไร้เดียงสา เหมือนผ้าขาวที่ไม่เคยถูกแต้มสี ทำให้เขาใจอ่อนทุกครั้งกับลักษณะเช่นนั้น ในขณะที่ซุยเงสึ ถึงจะเด็กกว่าหลายปี แต่กลับมีความระยิบระยับในดวงตามากกว่า เหมือนกับมีความเจ้าเล่ห์ ฉลาดแกมโกง รู้เท่าทัน และพร้อมรับมือกับคนที่จะเข้ามาหาตนในทุกรูปแบบ สิ่งที่ต่างกันของทั้งคู่คงเป็นความอ่อนต่อโลก และความเชี่ยวโลกกระมัง
แต่แล้ว คนอ่อนต่อโลกในความคิดของชายหนุ่มก็เอ่ยคำพูดที่เขาถึงกับอึ้งไปนาน
“เหรอ...ชั้นคิดว่าซุยเงสึชอบคิซาเมะซะอีก...”
To be continue
เราก็ชอบนารูโตะนะ อยากถามว่า ตอนที่ นารูโตะต่อสู้กับการะ ใครชนะอ่ะ
#1 By ^^MY XiAHTIc** on 2009-10-10 22:03