Submarine has no spring – ใต้ทะเลไม่มีฤดูใบไม้ผลิ : Chapter 12
by อีเห็นระวังภัย

คิซาเมะเดินสะโหลสะเหลไปยังจุดจอดรถ คำพูดของอิทาจิทำเอาเขาทำงานไม่รู้เรื่องตลอดช่วงบ่าย

...ชั้นคิดว่าซุยเงสึชอบคิซาเมะเสียอีก...

จะเป็นไปได้ยังไงกัน เด็กไซด์ไลน์แบบนั้นจะจริงจังกับใคร นอกจากจะคิดหาลูกค้าแล้วรีดเงินให้ได้มาก ๆ น่ะสิ

...แต่ซุยเงสึไม่เคยเรียกเงินจากเขาเลยสักครั้ง ข้อนี้เขาปฏิเสธไม่ได้เลย

...รุ่นพี่พิเศษกว่าใคร...

...รุ่นพี่ทำให้ผมฟินได้ทุกครั้ง...

...รุ่นพี่ดีที่สุด...

...ผมไม่เคยฟินถึงสี่ครั้งติด ๆ กันเลย...

คำพูดเหล่านั้นยังก้องอยู่ในหัว เขาออกจะแน่ใจว่าเจ้าตัวลืมไปแล้วด้วยซ้ำ

คงจะมีแต่เขานี่แหละ ที่ยังจดจำได้อยู่เหมือนเพิ่งได้ยินมาเมื่อครู่นี้เอง...

ชายหนุ่มสะบัดหัวแรง ๆ ไล่ความคิดคำนึงเกี่ยวกับซุยเงสึออกไปจากหัว ไม่มีประโยชน์ที่จะมามัวคิดถึงเรื่องเหล่านี้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่มันทำลงไป ลงท้ายแล้ว ซุยเงสึอาจใช้สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับมันเป็นค่าปิดปาก เรื่องที่เขารู้ว่ามันเป็นเด็กไซด์ไลน์ ไม่ให้พูดออกไป เพราะเขาเองก็มีส่วนในความผิดทางเพศนั้นด้วยการมีสัมพันธ์ทางกายกับเด็กไซด์ไลน์ที่ว่า ถึงจะไม่ได้จ่ายเป็นตัวเงินก็เถอะ

สุดท้ายแล้ว มันก็แค่การแบล็คเมล์รูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง...

ความคิดนั้นของชายหนุ่มดูจะได้รับการรับรองให้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เพราะเมื่อเขาเดินมาถึงจุดจอดรถของรองหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่มีรถวอลโวสีแดงมารูนของเขาจอดอยู่อย่างผ่าเผย ตรงนั้นก็ไร้ซึ่งเงาของซุยเงสึที่เคยมารอเขาเหมือนทุกวัน

-------------------------------------------------------------------------

กว่าเขาจะฝ่าฟันรถติดกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาทุ่มกว่า ๆ แล้ว เมื่อกินข้าวเย็นแบบทำเองง่าย ๆ และอาบน้ำเสร็จก็ตกเป็นเวลาสามทุ่ม คิซาเมะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียสุดจะทน เขาพยายามเค้นความคิดว่าไปทำอะไรมาถึงได้เหนื่อยปานนี้ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อพักกลางวัน เขาผ่านสัมพันธ์กับเด็กหนุ่มอย่างเร่าร้อนในห้องฝ่ายบุคคล นั่นสูบเรี่ยวแรงของเขาไปเกือบหมด

คิซาเมะทิ้งตัวลงบนเตียง หลับสนิทไปในทันที

เขามารู้สึกตัวอีกทีเมื่อเสียงกริ่งประตูหน้าดังขึ้น คว้านาฬิกาปลุกมาดู พรายน้ำจากเข็มนาฬิกาชี้ไปที่ตัวเลข 2 ...

...ตี 2 เนี่ยนะ? ใครมาหาเขาถึงบ้านกัน?

ชายหนุ่มคิดถึงเหตุด่วนเหตุร้ายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หรือญาติพี่น้องเจ็บป่วยกะทันหัน...แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นน่าจะเป็นโทรศัพท์มากกว่าการมาหาถึงบ้านอย่างนี้ เขาลุกขึ้นจากเตียง ความง่วงความเพลียหายไปจนหมดแล้วจากการได้หลับลึกและยาวนานเพียงพอ เขาใช้เวลาสักพักลงมาถึงชั้นล่าง เปิดประตูบ้านก้าวออกไปยังทางเดินที่ทอดผ่านสวนเล็ก ๆ หน้าบ้าน ความมืดทำให้เห็นร่างนั้นเพียงเงาโครงร่าง ผู้มาเยือนตัวเล็กจนเขาไม่ทันคิดไปถึงอันตรายจากอาวุธหรือผู้สมรู้ร่วมคิดตามทฤษฎีระวังตัวในเมืองใหญ่

“ใครน่ะ?” เขาร้องถาม โดยที่ไม่เดินเข้าไปใกล้รั้วนัก

“ผมเองครับ รุ่นพี่คิซาเมะ”

คนเกาะประตูรั้วตอบ ยิ้มเห็นฟันขาวสะท้อนกับแสงไฟ ชายหนุ่มจำเสียงได้โดยไม่ต้องถามย้ำด้วยซ้ำว่า ผมที่ว่าน่ะ ใคร

“นายหาบ้านชั้นถูกได้ยังไง!?!” เขาถามอย่างระแวง

“ผมก็มีเทคนิกของผมอยู่บ้าง หลังจากรู้ว่าบ้านรุ่นพี่อยู่ตรงไหน ซอยอะไร...ไม่ยากเกินความสามารถหรอกครับ”

“แล้วมาทำไม!?!” เขายังถามอย่างไม่เป็นมิตร

“มาทำไม...ไม่รักก็คงไม่มา...” มันร้องเพลงพี่เบิร์ด – จินตหราตอบเขาเสียอีกแน่ะ

“มีธุระอะไรหรือไง?” ชายหนุ่มยังคุมเชิงอยู่อย่างนั้น

“นี่ผมต้องมีธุระถึงจะไปมาหาสู่รุ่นพี่ได้หรือครับ?” มันย้อนถาม

“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ทำไมไม่กลับบ้านกลับช่องซะที” เขาดุมันเหมือนผู้ใหญ่ดุเด็กหนีเที่ยว

“จะให้ผมยืนเกาะรั้วคุยอยู่อย่างนี้น่ะหรือครับ ขอเข้าไปดื่มกาแฟสักแก้วไม่ได้เหรอ?” มันต่อรอง

คิซาเมะนิ่งคิดสักครู่ แล้วเดินออกมาเปิดประตูให้มันเข้ามาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

“ให้กินน้ำแก้วเดียวเท่านั้นนะ ดึกป่านนี้ กินกาแฟเดี๋ยวก็นอนไม่หลับหรอก!”

“แค่นั้นก็เป็นพระคุณใหญ่หลวงแล้วคร้าบ...” มันยิ้มหน้าเป็นให้เขา

ชายหนุ่มเดินนำมันให้เข้าบ้าน กดสวิตช์ไฟกลางบ้าน เมื่อห้องรับแขกสว่างขึ้น ซุยเงสึก็ร้องโอ้โห

“บ้านรุ่นพี่สวยนะครับ”

เด็กหนุ่มกวาดสายตามองรอบห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาว – ครีม น้ำตาลไหม้ ดูอบอุ่นสบายตา คิซาเมะร้องฮึ เหมือนไม่สนใจนัก เขาอยู่บ้านหลังนี้จนชินกับการตกแต่งแล้ว ไม่ว่าใครจะชมว่าสวยอย่างไร มันก็แค่ความชินตาของเขา

“นั่งรออยู่ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวชั้นเอาน้ำมาให้”

ชายหนุ่มชี้ไปที่โซฟา มันนั่งลงอย่างว่าง่าย เขาจึงเข้าครัวไปเอาน้ำมาให้มัน เมื่อกลับออกมา คิซาเมะพบว่าเด็กหนุ่มกำลังนอนคุดคู้อยู่บนโซฟาของเขา ชายหนุ่มกระแอมให้เสียง ซุยเงสึสะดุ้ง หันมามองเขาด้วยใบหน้างัวเงีย

“ขอโทษครับ...ผมเผลอหลับไปหน่อย โซฟารุ่นพี่นุ่มสบายจัง”

“ชั้นว่า ชั้นก็ไม่ได้ไปหยิบน้ำมาให้นายนานขนาดนั้นนะ”

คิซาเมะกัด เขาคิดว่านี่อาจเป็นมารยาของเด็กหนุ่ม แต่เมื่อมันยกมือขึ้นขยี้ตา แล้วหาว หัวหูยุ่งเหยิง เขาก็คิดว่ามันคงหลับจริง ๆ เสียละมัง ชายหนุ่มยื่นแก้วน้ำเย็นให้ มองดูซุยเงสึดื่มจนหมด แล้วยื่นแก้วเปล่ามาตรงหน้าเขา

“ขออีกแก้วได้ไหมครับ”

เจ้าของบ้านรินให้ตามคำขอ เด็กหนุ่มดื่มจนหมดแล้วยื่นแก้วขออีก จนหมดแก้วที่ 4

“นายเป็นอูฐหรือไง กินน้ำมากแบบนั้นเดี๋ยวก็จุกหรอก” ชายหนุ่มวิจารณ์

“ผมเป็นคนกินน้ำเยอะ...เคยบอกรุ่นพี่ไปแล้วนี่นา ทำใจไว้เลยว่าต้องเปลืองน้ำแหง ๆ”

มันยิ้มให้เขา ริมฝีปากที่เพิ่งได้น้ำดูชุ่มชื่นอย่างประหลาด คิซาเมะพยายามไม่จับจ้องมองตรง ๆ ด้วยกลัวเด็กหนุ่มรู้ตัว

“แล้วทำไมมาดึกดื่นป่านนี้?” เขาถามเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง

“ผมบังเอิญผ่านมาแถวนี้พอดีน่ะครับ”

ซุยเงสึยิ้มประจบ แต่คราวนี้คิซาเมะไม่หลงกล เขาชี้ไปที่กระเป๋าเป้ที่เด็กหนุ่มสะพายมา

“แล้วนั่นอะไร? อย่าบอกนะว่าเป็นกระเป๋าเสื้อผ้าน่ะ” เขาดักคอ

“ปิ๊งป่อง! ถูกเผงเลยครับ” มันยอมรับหน้าตาเฉย คิซาเมะร้องเฮ้ย

“ไหนบอกว่าบังเอิญผ่านมาไง ทำไมถึงเตรียมเสื้อผ้ามาด้วยฟะ!?!”

“บังเอิญผ่านมาจริง ๆ นะครับ คือผมต้องมาหาลูกค้าแถวนี้พอดี มันไกลบ้านผมชะมัด ไกลจากบริษัทด้วย เลยคิดว่าขืนกลับบ้าน ผมคงไม่ต้องนอนกันล่ะ ก็เลยคิดว่าจะมาหาที่พักแถว ๆ นี้สักคืน...”

“ซึ่งก็คือที่นี่?” ชายหนุ่มกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่บอกอารมณ์ใด ๆ

“ครับ...ก็งั้นแหละ” มันตอบรับง่าย ๆ เสียอย่างนั้น

คิซาเมะมองหน้ามันนิ่ง ๆ อย่างประเมินท่าที ซุยเงสึตอบด้วยท่าเอียงคอแบบเด็กไร้เดียงสา

ในที่สุดชายหนุ่มก็ถอนหายใจ “คืนนี้คืนเดียวนะ”

“ขอบคุณครับ รุ่นพี่ใจดีจังเลย!”

มันทำท่าน่ารักน่าใคร่เอาใจเขา แต่คิซาเมะไม่ซาบซึ้งด้วย เขามองมันด้วยสายตาเหมือนมีม่านบาง ๆ มากางกั้นไว้...

...มันเพิ่งกลับจากไปหาแขกมา...

นี่มันเป็นอาชีพของซุยเงสึ เด็กไซด์ไลน์ เมื่อกลางวันมันนอนกับเขา ออดอ้อนเขา ต้องการเขาถึงเพียงนั้น แต่ตกเย็นก็หายหัว ตกค่ำก็ไปหาลูกค้า พอดึกก็กลับมาบ้านคนที่มันเคยนอนด้วยเมื่อตอนกลางวันอีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มันทำได้ยังไง?

ท่าทีของเขามึนตึงอย่างเห็นได้ชัด และเด็กหนุ่มก็เห็นความผิดปกตินั้น มันไต่ข้ามโซฟามานั่งยังโซฟาตัวที่ติดกับเขา ยื่นมือมาโบกตรงหน้า “ฮัลโหล ๆ รุ่นพี่หลับในหรือครับ เห็นเงียบไปเลย?”

“เปล่า” เขาตอบห้วน ๆ ด้วยเสียงสะบัด คราวนี้มันปีนขึ้นมานั่งบนตักเขาเลย

“เฮ้ย!” คิซาเมะไม่ได้ตกใจกับการกระทำของมันเท่าใดนัก ที่เขาร้องเฮ้ยนั่นเพื่อปรามมันมากกว่า

“รุ่นพี่ไม่พอใจที่ผมมาหาหรือครับ?”

มันมองหน้าเขา ดวงหน้านั้นเอาจริงเอาจัง ไม่มีแววขี้เล่นหน้าเป็นเหมือนเมื่อครู่

...มันอยากรู้คำตอบจริง ๆ ...

“จะให้ชั้นทำยังไงได้ล่ะ จะให้นายออกไปหาที่หลับที่นอนดึกดื่นป่านนี้น่ะหรือ งั้นชั้นก็คงเป็นผู้ใหญ่ที่แย่เต็มทนล่ะ!”

เขาตอบไปอย่างนั้น แววบางอย่างวูบผ่านดวงตาคู่สวย เขาเพิ่งสังเกตว่ามันเหลือบสีเขียว แต่ไม่มีอารมณ์จะถาม เพราะมันพูดขึ้นก่อน

“ถ้ารุ่นพี่จะให้ผมค้างเพราะความเป็นผู้ใหญ่ที่ดีจนต้องฝืนใจละก็ ผมไปก็ได้ แค่หาที่นอนมันไม่ได้ยากนักหนาหรอก!”

“นายจะได้แล่นไปหาแขกรายใหม่ เพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งงั้นสิ!”

ซุยเงสึหรี่ตา คิซาเมะคิดว่าถ้าเขาชกเด็กหนุ่ม อีกฝ่ายก็คงยังไม่มีทีท่าเจ็บปวดเท่านี้

“แยบยลดีไหมล่ะครับ เงินก็ได้ ค่าโรงแรมก็ไม่ต้องเสียเอง”

ว่าแล้วมันก็ลุกขึ้นยืน หยิบเป้ขึ้นสะพายหลัง ตั้งท่าจะเดินออกไปทันที

“ขอบคุณที่เลี้ยงน้ำนะครับ!”

“เดี๋ยวก่อน!”

ประโยคนั้นหลุดจากปากคิซาเมะก่อนที่สมองของเขาจะสั่งเสียอีก ซุยเงสึหันหลังกลับมา...ไม่ใช่เพราะเสียง แต่เพราะมือของชายหนุ่มรั้งแขนเอาไว้ ดวงตาเหลือบสีเขียวฉายแววคำถาม แต่ริมฝีปากไม่ขยับ

“คืนนี้ค้างซะที่นี่เถอะ...”

คิซาเมะพูดประโยคนั้นโดยไม่สบตามัน เขาจึงไม่เห็นรอยยิ้มน้อย ๆ ที่ผุดขึ้นที่มุมปากอิ่มสวยสีก่ำนั้น

“ก็ได้ครับ...”

น้ำเสียงของมันรื่นเริงจนชายหนุ่มต้องรีบเงยหน้าขึ้นมอง แล้วเขาก็บอกตัวเองว่า เขาเสียท่าเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกแล้วเป็นครั้งที่เท่าไรก็สุดจะนับ ในเวลาชั่วประเดี๋ยวเดียว ซุยเงสึเปลี่ยนจากฝ่ายขอมาค้างที่บ้านของเขาโดยที่เจ้าของไม่เต็มใจ มาเป็นฝ่ายถูกขอร้องให้มาค้างกับเขาไปเสียแล้ว ไอ้เด็กนี่เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวรอบตัวนัก!

เจ้าของบ้านโยนผ้าเช็ดตัวครอบหัวแขกอย่างแม่นยำเหมือนจับวาง

“ไปอาบน้ำได้แล้ว!”

เขาออกคำสั่ง ซุยเงสึหน้ามุ่ย ดึงผ้าเช็ดตัวมาพาดไหล่ “ส่งให้ดี ๆ ก็ได้นี่”

“นายจะได้รู้ว่าชั้นไม่เต็มใจไง” เขาบอกซะอย่างนั้น

แขกผู้มาเยือนทำปากขมุบขมิบ แต่ก็ยอมเข้าไปอาบน้ำแต่โดยดี สักพักก็กลับออกมาด้วยสภาพพันตัวด้วยผ้าขนหนูผืนเดียว หยดน้ำเกาะพราว ผมเปียกลู่แนบหัว คิซาเมะหันไปมองวูบเดียวแล้วรีบหันกลับมาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

ปกติเด็กไซด์ไลน์จะอาบน้ำให้แขกหรืออาบน้ำกับแขกหรือเปล่า? แล้วหลังเสร็จกิจล่ะ จะอาบน้ำด้วยไหม?

ข้อสงสัยของเขา ถ้าอยากรู้จริง ๆ ก็เห็นจะได้คำตอบไม่ยาก เพราะเด็กไซด์ไลน์มืออาชีพตัวจริงเสียงจริง ยืนเอาผ้าขนหนูอีกผืนเช็ดหัวอยู่ข้างหลังเขานี่เอง แต่เขาเลือกที่จะไม่ถาม...ไม่ถามอย่างแน่นอน มันจะได้ไม่รู้ว่าเขาสงสัย...

ถ้าคำตอบคือ ไม่อาบ ละก็ แปลว่านี่เขาเห็นเบื้องหลังการถ่ายทำเข้าซะแล้ว...

โดยที่ฝืนกับใจที่ตั้งไว้ คิซาเมะค่อย ๆ เหลือบตาไปด้านหลัง แอบดูการจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าของซุยเงสึ เมื่อเห็นว่าเมื่อยนักกับการลอบมอง เขาจึงหันหน้าไปดูให้เต็มตา กะว่าเมื่อเด็กหนุ่มใกล้จะแต่งตัวเสร็จ เขาค่อยหันกลับมาทำเป็นอ่านหนังสือง่วนอยู่

แผ่นหลังได้รูป ขาวเนียน กับต้นคอที่สวยเกินห้ามใจนั้น ทำเอาชายหนุ่มหายใจสะดุด เด็กหนุ่มก้มลงรื้อกระเป๋าเป้ที่ติดตัวมา แยกขาออกขณะก้มลงค้น เรียวขาคู่นั้นก็สวยเสียจนคิซาเมะคิดภาพว่ามันโอบรอบเอวเขาไว้แน่นขณะเขากระหน่ำกายเข้าใส่ร่างบาง ๆ แสนสวยนั้น กำลังมองเพลิน ซุยเงสึก็หันขวับกลับมา จึงจับได้คาหนังคาเขาว่าเขากำลังแอบดูอยู่ มันยิ้มเจ้าเล่ห์

“ฮั่นแน่! จับถ้ำมองได้แล้ว!”

คิซาเมะหน้าร้อนผ่าว...ถ้ำมอง...เขาเนี่ยนะ?

...เออ...เขาเนี่ยแหละ ไอ้ถ้ำมองตัวจริงเลย!

“อยากดูก็บอกตรง ๆ สิครับรุ่นพี่ ผมยินดีบริการเสมอ จะให้เต้นไปด้วยก็ยังได้”

“ใครอยากดูนายกัน! ชั้นแค่สงสัย...” เขายังพูดไม่จบ มันก็ขัดขึ้น

“สงสัยว่าร่างเปลือยของผมจะเป็นยังไง?”

“จะบ้าเรอะ เรื่องนั้นใครจะไปสน ชั้นแค่สงสัยว่านายเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนกี่ชุดต่างหาก” เขาตะเบ็งเสียงกลบความอับอาย

“นั่นแหละครับ...ปัญหาล่ะ” มันทำท่าจะปรึกษาเขาขึ้นมาดื้อ ๆ “ผมเตรียมมาแต่ชุดทำงานพรุ่งนี้ แต่ลืมนึกถึงชุดนอนคืนนี้น่ะสิ รุ่นพี่พอจะให้ผมยืมใส่ได้ไหมครับ?”

คิซาเมะหัวเราะพรืด “จะใส่เข้าไปได้ยังไง ชั้นกับนาย ไซส์ห่างกันยังกับพ่อ – ลูก”

“ถ้าจะใส่ก็ต้องใส่ไปจนได้แหละครับ...น่า...นะ หลวมดีกว่าคับนะรุ่นพี่ ผมไม่ทำขาดหรอก”

มันออดอ้อน ชายหนุ่มหัวเราะ เดินไปยังตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อนอนโยนให้ ตามด้วยกางเกง

“เอ้า! ใส่ได้ก็ลองดู”

“ขอบคุณครับ”

ซุยเงสึรับเสื้อมาใส่  แม้จะติดกระดุมเม็ดบนสุดแล้วก็ตาม แต่คอเสื้อก็ยังกว้างกินที่ลึกลงมาราวกับเสื้อคอลึก แขนยาวจนต้องพับหลายตลบ ตัวเสื้อหลวมโคร่ง คลุมลงไปถึงครึ่งขาอ่อน...เห็นดังนี้ เด็กหนุ่มจึงปฏิเสธที่จะสวมกางเกงเอาดื้อ ๆ

“จะใส่เข้าไปได้ยังไง เดี๋ยวเดิน ๆ อยู่ก็หลุดลงมากองกับพื้น” มันให้เหตุผล

“ชุดนอนเค้าไว้ใส่นอน นายจะเดินอะไรกันนักหนาฮึ ไม่ใส่กางเกงนอนไม่อายผีสางเทวดารึไง?” ผู้เป็นเจ้าของดุ

“ถึงใส่นอน ตอนเช้าก็หลุดอยู่ดี” มันยังดื้อแพ่ง ยืนยันคำเดิม

คิซาเมะพิจารณาจากที่มันใส่ให้ดูแล้วก็เห็นจริง เขาจึงยอมให้มันไม่ใส่กางเกงอย่างไม่เต็มใจนัก

“แล้วใส่กางเกงในด้วยล่ะ!” เขาสำทับ เมื่อมันทำท่าจะรูดซิปกระเป๋าเป้

“ผมมีมาตัวเดียว...” มันมองหน้าเขาแล้วรีบบอกเร็วปรื๋อ “ผมไม่ใส่กางเกงในหน้า B หรอกนะ!”

“ถ้าไม่ใส่จะนอนยังไง เสื้อมันเลิกขึ้นมา น่าเกลียดพิลึก!” คิซาเมะทำหน้าผะอืดผะอม

“ก็ดีสิครับ นอนแปลกที่ ผีจะได้ไม่หลอก” ซุยเงสึตอบหน้าตาเฉย

“เห็นไหม ผีมันยังรู้จักอับอายแทนเลย คนทำไมไม่อาย?” คิซาเมะรีบซ้ำเติม

“ร่างกายของผม ผมไม่อายซะอย่าง ใครจะอายแทนก็ช่าง”

เจ้าตัวพูดเสียอย่างนี้คนนอกอย่างเขาจะทำอะไรได้?

เมื่อทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ ซุยเงสึทำท่าจะปีนขึ้นเตียงนอนเดียวกันกับเขา คิซาเมะหันมาดุ

“ลงไปนอนข้างล่างเลยไป”

“อะไรนะ รุ่นพี่จะให้แขกนอนกับพื้นงั้นเหรอ?” มันโวยวาย



“ถ้าเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ชั้นให้นอนค้างด้วยก็บุญถมไปแล้ว!”

เขาพูดอย่างไร้เมตตา ซุยเงสึหน้าคว่ำ ลากหมอนกับผ้านวมที่เขาเอามาให้เมื่อครู่ ลงไปนอนหน้าเตียง

“นั่นพึมพำอะไร...ด่าชั้นเรอะ?” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นมันทำปากขมุบขมิบ

“ด่าคนไม่มีน้ำใจ ให้น้องให้นุ่งนอนด้วยก็ไม่ได้ ไม่รู้รังเกียจอะไรนักหนา” มันว่าทั้งที่หันหลังให้

คิซาเมะมองแผ่นหลังของมันที่หันให้เขาภายใต้ผ้านวม เขาไม่ได้รังเกียจ เขารู้ดี

เขาแค่กลัวใจมัน และกลัวใจตัวเอง...

นอนพื้นคงไม่สบายนัก ถึงจะมีพรมปูรองไว้หนาพอสมควรก็เถอะ...สุดท้ายแล้ว ชายหนุ่มก็แพ้ใจตัวเอง

“เอ้า! ขึ้นมานอนบนเตียงก็ได้!”

ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ มันรีบขนหมอนกับผ้านวมปีนขึ้นเตียงในทันที ล้มตัวลงนอน หันหน้าเข้าหาเขา ทำหน้าเป็นใส่

“ขอบคุณครับ...ผมรู้ว่ารุ่นพี่เป็นคนดี มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก”

“หนอย...แล้วเมื่อกี้ใครบอกว่าชั้นไม่มีน้ำใจ ให้น้องนอนด้วยก็ไม่ได้ฟะ?”

“เอ๋...ใครกันช่างกล่าวหารุ่นพี่ได้...ไม่มีมูลความจริงเลยสักนิด”

มันทำเป็นตกอกตกใจมารยา คิซาเมะจึงยกมือดีดจมูกมันเบา ๆ

“อย่ามัวพูดมากอยู่เลย...นอนได้แล้ว!” แล้วเขาก็หันหลังให้มัน

เสียงเด็กหนุ่มเงียบไปพักหนึ่ง เตียงด้านใกล้ตัวเขายวบลงเล็กน้อย อะไรบางอย่างสัมผัสศีรษะด้านหลังของเขา คิซาเมะหันมามอง จมูกของซุยเงสึสูดกลิ่นจากเส้นผมของเขา แล้วยิ้มให้เมื่อเห็นว่าเขารู้ตัว พาดแขนขวาเป็นเชิงว่ากอดเขาจากด้านหลัง

“กลิ่นเดียวกัน...” เมื่อเห็นแววตาสงสัยของเขามันก็อธิบายต่อ “ผมใช้แชมพูของรุ่นพี่สระผม เราเลยมีกลิ่นเดียวกัน”

คิซาเมะไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร จึงหันหน้ากลับไปเหมือนไม่สนใจคำอธิบายของมัน เขาข่มตาหลับอย่างยากเย็น ใช้ความพยายามในการนั้นมากจนลืมนึกถึงแขนที่ยังพาดตัวเขาอยู่ และชายหนุ่มก็หลับไปทั้งอย่างนั้น

To be continue

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฟิคนี้เมะน่าร้ากกก ใจอ่อนซะจริง
แต่เด็กมันก็อ้อนเก่งล่ะนะ

ชักอยากต้อยเด็กน่ารักๆแบบนี้บ้างซะแล้ว

#1 By ffr -_- on 2009-10-19 22:00

สนุกจังเลย เอามาให้อ่านอีกเยอะๆ นะคะ

#2 By ชุดนอน (124.157.198.49) on 2009-10-21 08:59