Submarine has no spring – ใต้ทะเลไม่มีฤดูใบไม้ผลิ : Chapter 13
by อีเห็นระวังภัย
 
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเมื่อเวลาตี 4 ครึ่ง คิซาเมะงัวเงียนิดหน่อย แต่ก็เอื้อมมือไปกดปิดมันจนได้ เมื่อดึงมือกลับมา เขาก็แทบจะร้องอุทานขึ้นเมื่อพบว่าตนไม่ได้นอนอยู่บนเตียงแต่เพียงลำพังเหมือนทุกวัน!

เมื่อตั้งสติรวบรวมสมาธิ เขาจึงตอบตัวเองได้ว่า อีกร่างที่นอนห่มผ้านวมมิดชิดอยู่ข้าง ๆ เขาคือเจ้าเด็กป่วนซุยเงสึที่มาหาเขาแต่หัวดึก และขอนอนค้างที่บ้านของเขาน่ะเอง เมื่อได้คำตอบแล้วชายหนุ่มจึงค่อยโล่งใจ ยื่นมือไปเขย่าร่างนั้นผ่านผ้านวมหนา

“ซุยเงสึ...เช้าแล้ว ตื่นเถอะ”

เขาปลุกด้วยเสียงแผ่วเบาก่อน เพื่อไม่ให้ฝ่ายนั้นสะดุ้งตกใจ แต่เด็กหนุ่มพลิกตัวหนีมือเขา ซบหน้าลงกับหมอน

“ลุกได้แล้ว...วันนี้ต้องไปทำงานนะ”

ประโยคนี้เรียกความสนใจได้อีกนิดหน่อย...ราว ๆ ครึ่งเปอร์เซ็นต์ คิซาเมะเขย่าแรงขึ้น

“ไปอาบน้ำได้แล้ว!”

“อื๊อ...!” มันยังเอาหน้าซุกหมอน ส่งเสียงประหลาด

“เร็ว ๆ เข้า เดี๋ยวสายหรอก!”

คำว่าสาย ทำให้ซุยเงสึพลิกหน้าออกจากหมอน ถามเสียงงัวเงียทั้งที่ยังหลับตา

“นี่กี่โมงแล้ว...”

“ตี 4 ครึ่งแล้ว” ชายหนุ่มตอบ

“ตี 4 ครึ่ง!” มันตะโกนลั่น ดังจนไม่น่าเชื่อว่าเมื่อกี้ยังงัวเงียอยู่ “ปลุกทำไมตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง!”

คิซาเมะทั้งโมโหทั้งขำ “ก็ชั้นตื่นเวลานี้ทุกวัน จะได้ไปทำงานแต่เช้า รถไม่ติด”

มันนิ่งไปนานจนเขาคิดว่ามันหลับไปแล้ว แต่ในที่สุดมันก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงงัวเงีย

“รุ่นพี่ไปอาบน้ำก่อนเถอะ”

“อาบพร้อมกันก็ได้” เขาบอก แล้วพบว่ามันมองเขาอย่างติฉิน

“หมดเวลารับแขกของผมแล้วนะรุ่นพี่”

คราวนี้คิซาเมะเป็นฝ่ายตะโกนใส่มันบ้าง “ชั้นไม่ได้จะซื้อนายเฟ้ย ชั้นหมายความว่า บ้านชั้นมีห้องอาบน้ำ 2 ห้อง อาบพร้อมกันได้ ไม่ต้องรอ! นายคิดไปถึงไหนแล้วฮึ!”

“ไม่รู้แหละ รุ่นพี่ไปอาบก่อน เดี๋ยวผมอาบทีหลัง”

พูดจบมันก็หลับลงไปทันทีเหมือนปิดสวิตช์ แล้วคิซาเมะจะทำยังไงได้นอกจากอาบน้ำไปก่อนตามที่มันบอก

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาจึงมาปลุกมันอีกที

“เอ้า ตื่นได้แล้ว ชั้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะลงไปทำกับข้าวให้”

“งั้นรุ่นพี่ทำให้เสร็จก่อนค่อยมาเรียก”

มันบอกทั้ง ๆ ที่เอาหมอนปิดหู ชายหนุ่มกระชากหมอนออกโยนทิ้ง

“ตื่น แล้วลุกไปอาบน้ำได้แล้ว ไอ้เด็กขี้เซา!”

ซุยเงสึดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหัว เป็นสัญญาณว่าจะหลับลึกไม่โต้เถียงอะไรกับใครอีกแล้ว คิซาเมะกระแทกเท้าปึง ๆ ลงมาทำกับข้าว

พอกับข้าวเสร็จ ชายหนุ่มก็ขึ้นไปลากตัวแขกลงมาจากเตียง หลังจากที่แขกปฏิเสธที่จะพูดกับเขาในทุกรณี เขาลากมันเข้าห้องน้ำ จับวางลงในอ่างอาบน้ำ แล้วเปิดน้ำเย็นจากฝักบัวใส่ คราวนี้มันตื่นทันที

“รุ่นพี่ใจร้าย! แกล้งผมแต่เช้าเลยนะ ปลุกกันด้วยวิธีนี้น่ะเหรอ!?!”

“ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วนายจะตื่นไหมล่ะ?” น้ำเสียงของชายหนุ่มบอกความสาสมใจอย่างยิ่ง

“บอกกันดี ๆ ก็ได้นี่นา” มันบ่น ขณะลูบผมที่เปียกน้ำเย็น ๆ จนชุ่ม

“บอกดี ๆ ตั้งกี่ครั้งแล้ว นายเชื่อซะที่ไหน มันก็ต้องเล่นวิธีนี้แหละ”

คิซาเมะเปิดน้ำที่อ่างอาบน้ำเพิ่มขึ้นอีกก๊อก เพื่อให้เด็กหนุ่มตื่นเร็วยิ่งขึ้น ระหว่างที่ชะโงกไปเอื้อมมือเปิดก๊อกที่อยู่อีกด้านของอ่าง เด็กหนุ่มก็ลากเขาเสียหลักตกลงมา เสื้อผ้าที่ใส่ไว้อย่างเรียบร้อยเปียกปอนไม่แพ้คนที่นอนแช่อยู่ในอ่างก่อนหน้าเขา

ชายหนุ่มหัวเสีย ขยับจะตวาดออกไปแล้ว แต่เขาพบว่ามือของเขาสัมผัสเข้ากับความเนียนเรียบกระชับของต้นขาเด็กหนุ่ม เสียงที่ตั้งใจจะตวาดออกมาก็หายกลับเข้าไปในลำคอ

...ผิวสวย ๆ นี่ชนะได้ทุกอย่างจริง ๆ ...

เขายังจำได้ว่าเมื่อคืนเด็กหนุ่มเข้านอนโดยที่ใส่เสื้อนอนของเขาเพียงตัวเดียว ภายใต้นั้นไม่ได้สวมชั้นในด้วยซ้ำ...

มือใหญ่ไต่สูงขึ้นไปเสียเฉย ๆ โดยไม่ฟังคำสั่งจากสมอง ซุยเงสึมองปฏิกิริยาของเขาอย่างงง ๆ แต่ก็แยกขาออก ยอมให้เขาสัมผัสตามใจชอบจนมันเปลี่ยนแปลงไป ขาเด็กหนุ่มเกร็งเมื่อคิซาเมะเน้นสัมผัสหนักแน่นขึ้น แรงจากฝ่ามือนั้นไม่ปราณีปราศรัย น่าจะเจ็บ แต่เด็กหนุ่มกลับโหยหา และปรารถนาให้คิซาเมะกระทำรุนแรงยิ่งขึ้น จนปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาในที่สุด

ซุยเงสึทำเสียงแปลก ๆ ในลำคอ...เหมือนเสียงครวญครางที่ไม่ยอมปล่อยให้ผ่านริมฝีปากออกมา ชายหนุ่มปลดกางเกงทั้งนอกและในของตัวเองออก มือหยิบขวดสบู่เหลวลงมาหวังจะชโลมลงบนร่างกายร้อนผ่าวของตน และช่องทางคับแคบของเด็กหนุ่ม แต่เมื่อผู้อยู่ใต้ร่างของเขาเห็นเข้าก็ร้องขึ้น

“ไม่เอานะ มันแสบ!”

“แล้วจะใช้อะไร ชั้นไม่มีเจลหล่อลื่นให้นายหรอกนะ!” ชายหนุ่มฮึดฮัด

“ใช้โลชั่นก็ได้ครับ...”

คิซาเมะคว้าโลชั่นจากชั้นวางหน้าอ่างล้างหน้า บีบใส่ร่างและช่องทางของซุยเงสึ ซึ่งตอนนี้อยู่ใต้น้ำ นิ้วของเขาตระเตรียมเส้นทางอย่างลวก ๆ แล้วดันส่วนกายใหญ่โตของตนเข้าไปในทันที ซุยเงสึร้องออกมาคำหนึ่ง แล้วกัดริมฝีปากแน่น แยกขาออกกว้าง รับการกระแทกร่างเข้ามาด้วยแรงอารมณ์ของชายหนุ่ม เจ็บ...แต่สุขอย่างบอกไม่ถูกจากความรุนแรงนั้น

จนเมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง ชายหนุ่มปล่อยความปรารถนาของตนภายในร่างของเด็กหนุ่ม พร้อมกันกับที่อีกฝ่ายปลดปล่อยอีกครั้งโดยไม่อาจควบคุม ดวงตาคู่สวยนั้นคลอด้วยหยดน้ำตา...คิซาเมะยื่นมือไปซับ แล้วถามขึ้นอย่างรู้สึกผิด

“เจ็บมากไหม?”

“ไม่...ที่จริงแล้ว ดีมากเลยครับ...”

น้ำเสียงของซุยเงสึแผ่วระโหยจากความสุขสมที่ได้รับ แข้งขาอ่อนแรงจนขยับไม่ไหว

“รุ่นพี่อาบน้ำให้ผมหน่อย...นะครับ...”

คิซาเมะมองสภาพของเด็กหนุ่ม แล้วก็นึกตำหนิตัวเองว่าไม่ควรไปมองเลย

ตอนนี้ซุยเงสึนอนอยู่ในอ่างน้ำ ร่างกายปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ขาทั้งคู่แยกออกพาดขอบอ่างด้านละข้าง รอยช้ำจากการกระทำเมื่อครู่ของเขายังปรากฏชัดบนปากทางแห่งความสุขที่ร่างกายเขาเข้าไปค้นหา ดวงตาหรี่ปรือหยาดเยิ้ม คลอน้ำตา ใบหน้าระเรื่อด้วยแรงอารมณ์

“เดี๋ยวก็ไม่ได้ไปทำงานกันพอดี...”

เขาบ่น แต่ก็หยิบครีมอาบน้ำขึ้นมาผสมลงไปในน้ำ ตีให้เป็นฟองเหมือนจะใช้ประโยชน์จากฟองหอมกรุ่นนั้นให้ปิดบังภาพล่อแหลมตรงหน้าจากดวงตาตน ซุยเงสึหัวเราะเมื่อได้ยินเขาพูด

“ไม่ไปก็ได้นะครับ...เราอยู่อย่างนี้...ทำอย่างนี้กันทั้งวันทั้งคืนก็ได้...”

เด็กหนุ่มครางออกมา หลับตาแน่นเมื่อเขาใช้มือถูไปทั่วร่าง “ดีจังครับ...ทำอีกนะ...”

คิซาเมะรู้สึกเหมือนเลือดกำเดาจะหยด...ให้ตายเถอะ! ใครจะไปรู้ว่าไอ้เด็กนี่ยั่วยวนขนาดนี้!

...ไม่สิ เขารู้...จริง ๆ แล้วเขารู้ดีอยู่ตั้งนานแล้วต่างหาก!

กว่าจะอาบน้ำให้อีกฝ่ายเสร็จ คิซาเมะก็เผลอตัวเผลอใจ อดไว้ไม่ไหว ทำตามความปรารถนาของตัวเองไปอีกถึงสองครั้ง...เจ้าเด็กซุยเงสึดูจะอิ่มเอมกับรสราคะที่เขาปรนเปรอให้จนแทบไม่อยากขยับเขยื้อนไปไหน ท้ายที่สุด ชายหนุ่มก็ต้องอุ้มซุยเงสึเหมือนอุ้มเจ้าสาวลงจากชั้นบนไปยังห้องครัว เหมือนคู่ฮันนีมูนข้าวใหม่ปลามัน เด็กหนุ่มโอบรอบคอเขา ซบหน้าลงกับอกเหมือนอ้อน

“รุ่นพี่ใจดีจังเลย” ซุยเงสึกระซิบกับอกเขา

“ชั้นอาจจะใจร้ายโยนบกนายลงมาจากยอดบันไดก็ได้ ถ้านายยังขี้เกียจอยู่แบบนี้น่ะ”

ชายหนุ่มขู่ แต่ในอกพองฟู...เขาไม่เคยมีใครมาอ้อนแบบนี้นานเท่าไรแล้วนะ?

“ถ้ารุ่นพี่โยนผมลงไปแล้วผมตาย รับรองว่ารุ่นพี่ตะกายข้างฝาแน่ เวลาไม่มีคนให้อึ๊บน่ะ”

มันขู่เขา คิซาเมะหัวเราะ ค่อย ๆ ก้าวลงบันไดอย่างระมัดระวัง

“มีคนตั้งมากมายอยากนอนกับชั้น นายบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าซาเมฮาดะสุดยอดน่ะ”

เขาล้อ...มันทำตาเขียว “รุ่นพี่จะบอกว่ามีสาว ๆ มาตามตื๊อรุ่นพี่เป็นโขยงงั้นสิ?”

“ก็ทำนองนั้น” ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆ “สวย ๆ น่ารักระดับนางงามทั้งนั้น”

“เหรอ...แล้วน่ารักกว่าผมไหม?” มันทำเป็นถามเหมือนไม่สนใจนัก

“นายอยู่โหล่ผีเลยล่ะ” ชายหนุ่มกระเซ้า วางซุยเงสึให้นั่งลงบนโต๊ะกินข้าว เอากับข้าวที่เย็นแล้วเข้าอุ่นในไมโครเวฟ

“จริงเหรอ?” มันถามขึ้นหลังจากนิ่งคิดทบทวนคำพูดของเขาอยู่ครู่หนึ่ง

“จริงสิ...จะโกหกทำไม ดีกว่านายทุกเรื่องทั้งนั้นแหละ”

“อ้อ...”

มันทำเสียงเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้วก็เงียบไป บรรยากาศมาคุกระจายไปทั่วโต๊ะอาหาร พอ ๆ กับกลิ่นหอมของข้าวเช้าที่ถูกอุ่นให้ร้อนด้วยไมโครเวฟ ซุยเงสึก้มหน้าก้มตากิน หมดไปเพียง 1 ใน 4 ก็วางมือ คิซาเมะขมวดคิ้ว

“กินเหลือเยอะแบบนี้คนทำจะเสียใจนะ” เขาพูดเสียงเหมือนผู้ปกครองดุ ๆ

“ก็อิ่มแล้วนี่!”

“กินอย่างกับแมวดมแบบนี้จะไปอิ่มได้ยังไง กินให้หมดจานเดี๋ยวนี้นะ” ชายหนุ่มสั่ง

“อิ่มแล้วจริง ๆ ปกติผมไม่กินข้าวเช้าด้วยซ้ำ”

“ไม่ต้องมามารยาเลย นายโมโหที่ชั้นหาว่าด้อยกว่าผู้หญิงพวกนั้นล่ะสิ ถึงทำเป็นกินข้าวไม่ลงน่ะ!”

“รุ่นพี่ ผมไม่ได้...”

“กิน – ให้ – หมด !”

เขาย้ำทีละคำ คิ้วของเด็กหนุ่มขมวด แต่แล้วก็หยิบช้อนกับส้อมขึ้นมากินต่อจนหมดไปอย่างทุลักทุเล

“เห็นไหม ถ้าจะกินก็กินได้หมด ไม่ต้องมาทำลีลาหรอก เอ้า! ไปรอที่รถ ชั้นจะล้างจานก่อน”

เขาโยนกุญแจให้มัน ซุยเงสึรับ แล้วค่อย ๆ เดินไปรอที่รถ ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะคว่ำจานที่ล้างเสร็จกับตะแกรงหมด ซุยเงสึก็วิ่งพรวดเข้ามาในบ้าน ขึ้นบันไดไปชั้นสองอย่างรวดเร็ว!

ชายหนุ่มออกจะตกใจว่ามีอะไรเกิดขึ้น เขาชะโงกหน้าออกไปดูที่รถก็ไม่เห็นมีอะไร จึงเร่งฝีเท้าขึ้นชั้นบนตามเด็กหนุ่มไป พบว่าซุยเงสึนั่งอยู่หน้าโถส้วมในห้องนอนเขา อาเจียนออกมาอย่างน่ากลัว เมื่อพบว่าเขาเข้ามาดูอาการ มันก็กดชักโครกทำลายหลักฐาน

“อะไร...ล้วงคอให้อาเจียนหรือไง?” เขาเดา มันมองเขาด้วยแววตาเจ็บช้ำ

“ผมบอกแล้วว่ากินหมดไม่ไหว” น้ำตาของมันจะหยดอยู่แล้ว

คิซาเมะใช้แก้วรองน้ำจากอ่างล้างหน้ามายื่นให้ เด็กหนุ่มปาดน้ำตาทิ้งลวก ๆ รับแก้วมาบ้วนปาก แล้วเลยล้างหน้าเสียเลย

ชายหนุ่มมองซุยเงสึอย่างพิจารณา แล้วลงนั่งยอง ๆ ลูบหัวเด็กหนุ่ม

“ชั้นขอโทษนะ...”

ซุยเงสึเบะเหมือนเด็ก ๆ โผเข้ากอดเขาแล้วร้องไห้ คราวนี้คิซาเมะเริ่มจะทำอะไรไม่ถูก

“แล้วกัน...คนเก่งร้องไห้ซะแล้ว...”

เขาโอบเด็กหนุ่มเข้ามากอดแน่นขึ้น โยกตัวไปมาเหมือนกล่อมเด็ก เขาเคยเห็นประธานมาดาระทำแบบนี้กับอิทาจิมาก่อน แล้วได้ผลทุกครั้ง อิทาจินิ่งลงเหมือนสั่งได้ ซุยเงสึก็เช่นเดียวกัน เด็กหนุ่มหยุดร้องไห้ เหลือแต่อาการสะอื้น

“ล้างหน้าล้างตาแล้วไปทำงานกันได้แล้ว สายมากแล้ว ท่าทางรถจะติด”

เขาลูบหัวเด็กหนุ่มเบา ๆ ใช้มือเช็ดน้ำตาให้ ซุยเงสึพยักหน้า

---------------------------------------------------------------

รถติดจริง ๆ อย่างที่คาดไว้ 7 โมงกว่าเกือบ 8 โมงเช้าแล้ว เขายังไปไม่ถึงที่ทำงานเลย คิซาเมะเหลือบมองที่นั่งผู้โดยสาร ซุยเงสึหลับไปแล้ว ดวงหน้ายามหลับของมันไร้เดียงสาเหมือนเด็ก ๆ ...น่าเอ็นดู...

...น่ารัก...

ชายหนุ่มถอนหายใจ เสน่ห์ของเด็กไซด์ไลน์ทำให้คนที่อยู่ด้วยเห็นถึงความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด จะทำอะไรด้วยก็ได้ จะทำอย่างไรก็ได้ เด็กไซด์ไลน์จะไม่ปฏิเสธ ไม่หัวเราะเยาะ เอาอกเอาใจ ทำตามความต้องการของนายเงินทุกอย่างตามแต่จะบัญชา

...แล้วกับคนที่ไม่ได้จ่ายเงินให้ล่ะ จะเหมือนหรือแตกต่างอย่างไร?

เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ซุยเงสึทำกับเขาเป็นความปกติของเด็กไซด์ไลน์ที่เอาอกเอาใจลูกค้าเสียจนชินติดเป็นนิสัย หรือทำเพราะว่าเขาพิเศษกว่าใคร ๆ จริงตามที่บอกกับเขา แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใด สำหรับเขาแล้วมันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปได้ สังคมของผู้ใหญ่มีเรื่องของความเหมาะสมและสภาพสังคมเข้ามาเป็นปัจจัยร่วม แปรผันความรู้สึกให้บิดเบือนการตัดสินใจไปจากที่ควรจะเป็นตามคำสั่งของหัวใจ ไม่ใช่แค่ความสบายใจยามอยู่ด้วยกัน หรือความพึงพอใจจากสัมผัสของผิวหนังร่างกายจะเพียงพอให้ตัดสินใจรักหรือไม่รักได้

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ซุยเงสึเป็นเด็กไซด์ไลน์ ข้อนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

การตัดสินใจผิดเพียงครั้งเดียว บางทีก็สร้างตราบาปที่ไม่อาจแก้ไขได้ไปชั่วชีวิต

คิซาเมะเบรกกะทันหันจากการที่รถจากในซอยเสียบแทรกเข้ามา อาการกระตุกของรถทำให้ซุยเงสึงัวเงียตื่นขึ้น

“อะไรหรือครับรุ่นพี่?”

เจ้าตัวถามเขาซื่อ ๆ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่ เขาคิดอย่างไรกับตน

“ไม่มีอะไรหรอก แค่รถแซงกันนิดหน่อยเท่านั้นแหละ นอนต่อไปเถอะ”

น้ำเสียงของเขานุ่มนวลด้วยความอาทรในจิตใจ เมื่อมองดูเด็กหนุ่ม ซุยเงสึมองสายตาของเขาอย่างงง ๆ เหมือนไม่เข้าใจสาเหตุ แต่ก็ยิ้มรับอย่างเขิน ๆ ...แก้มนวลขาวซับสีระเรื่อขึ้น

“ไม่เป็นไรครับรุ่นพี่ ผมตื่นแล้วล่ะ”

รถเลี้ยวเข้าซอยบริษัทไปจนถึงรั้ว คิซาเมะขมวดคิ้ว ผู้คนยืนออกันอยู่เป็นร้อยคนราวกับเกิดเหตุร้ายขึ้น เขาจอดรถแอบอยู่ข้างถนน หลายคนที่จำรถของเขาได้หันมาทัก ซาโซริที่หน้าตาบ่งบอกอารมณ์บูด หันมาทางเขาอย่างกะจะเล่นงานเต็มที่

“คิดว่าจะไม่มาแล้วซะอีก!”

“เกิดอะไรขึ้นหรือ?”

ชายหนุ่มก้าวยาว ๆ ไปยังจุดที่ซาโซริยืนอยู่ ตรงนั้น ยามของบริษัทสองคนยืนทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่

“เข้าบริษัทไม่ได้” ซาโซริบอกห้วน ๆ

“อ้าว...ทำไมล่ะ?”

“คือ...ทุกทีคุณคิซาเมะเป็นคนเปิดประตูมาตลอดหลายปีมานี่ ผมหากุญแจไม่เจอว่ามันอยู่ตรงไหน เลยเปิดประตูบริษัทไม่ได้ ต้องรอคุณคิซาเมะมาเปิด แล้ววันนี้คุณก็มาสายกว่าปกติ...ก็เลย...”

พี่ยามพูดเหมือนเขาเป็นคนผิด ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเข้างานด้วยซ้ำ ชายหนุ่มถอนหายใจ ล้วงพวงกุญแจมาเปิดประตูให้ พนักงานบริษัทแสงอุษาเฮละโลเข้าไปในบริษัทเหมือนม็อบบุกทำเนียบ ซาโซริยังหน้าบึ้ง

“เพราะนายมาช้า ไอ้ฮิดันกับไอ้เดอิดาระมันเลยกะว่าบอร์นฟรี วันนี้คงหยุดงาน เห็นว่าไปเตะตะกร้อข้างวินมอเตอร์ไซค์กันแล้ว!”

คิซาเมะยิ้มแห้ง ๆ ...มันเป็นความผิดของเขาไปแล้วหรือนี่?

“น่า...ไปกินข้าวกันเหอะ เดี๋ยวโต๊ะเต็มหมดนะ ชั้นโทรไปเรียกไอ้ฮิดันมันกลับมาแล้ว”

คาคุซึไกล่เกลี่ย แล้วรุนหลังซาโซริกับคิซาเมะไปยังโรงอาหาร

“ชั้นกินข้าวเช้ามาแล้ว”

คิซาเมะบอก คาคุซึหยุดรุนหลังเขาทันที ร้องออกมา

“อ้าว...มิน่าถึงมาสาย ไปหาข้าวเช้ากินน่ะเอง”

ชายหนุ่มขี้คร้านจะอธิบายเองว่าเขาทำอาหารเช้ากินเองในวันนี้ และที่มาสายเพราะเหตุใดกันแน่

“แล้วจะไปโรงอาหารด้วยกันไหม หรือจะเข้าห้องทำงานเลยล่ะ?”

กิติศัพท์ความขยันและเอาการเอางานของคิซาเมะไม่แพ้ซาโซริเลย นี่เป็นสิ่งที่รู้กันทั่วบริษัท

“ไปเลยดีกว่า จะได้ไปเตรียมงานที่ค้างไว้ของเมื่อวานด้วย” เขาบอกปัดคำชวนของเพื่อน

“ปีนี้จะเอาโบนัสครึ่งปีเหมือนเคยละสิ จะขยันไปถึงไหนกัน?”

คาคุซึแซว ล่ำลากันสักพัก เขาจึงปลีกตัวออกมาได้ ระหว่างทางเดินไปยังฝ่ายบุคคล คิซาเมะผ่านหน้าห้องธุรการ ใครคนหนึ่งที่ยืนซุ่มรอเขาอยู่ก็เปิดประตูโผล่ออกมาหา ทำหน้าเป็นเข้าใส่

...ถ้าซื้อหวย แล้วถูกเป๊ะตามที่คาดไว้แต่แรกแบบนี้ มีหวังเขารวยเละไปแล้ว...

“เดี๋ยวพักเที่ยงวันนี้ผมไปหานะ” ซุยเงสึกอดแขนเขา แล้วอ้อน

“ก็มาทุกวันอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ จะพูดทำไม?” เขาขัดคอ

“ตอนเย็นก็จะกลับด้วย...รุ่นพี่อย่าทิ้งผมนะ”

มันคงหมายถึงว่าอย่าออกรถไปโดยไม่รับมันไปด้วย แต่ดันใช้คำพูดกำกวมไปหน่อย ชายหนุ่มขยี้หัวมันเล่น

“ทำไม...กลัวท้องแล้วชั้นไม่รับหรือไง?”

เขาถามออกไป แล้วก็แปลกใจที่ตนเองกล้าล้อเด็กหนุ่มในเรื่องนี้ด้วย ซุยเงสึหัวเราะตาหยี เห็นเขี้ยวมุมปาก

“งั้นผมก็หาพ่อให้ลูกในท้องได้แล้วน่ะสิ...ใช่ไหมครับ?”

To be continue

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

...ผิวสวย ๆ นี่ชนะได้ทุกอย่างจริง ๆ ...
นึกว่าโฆษณาพอนด์ question

ถึงขนาดนี้แล้ว เพิ่งมาคิดมากเหรอค้าา
เห็นแววขมรำไร หรือเราจะคิดไปเอง sad smile ขอให้เป็นอย่งหลังเถอะ

#1 By ffr -_- on 2009-10-19 22:03

หวานอย่างเดียวก็เลี่ยนแย่สิค้า อิอิ

#2 By K9 on 2009-10-20 19:20

ตรู๊ดๆๆ *พบจุดโฟกัส*

“เพราะนายมาช้า ไอ้ฮิดันกับไอ้เดอิดาระมันเลยกะว่าบอร์นฟรี วันนี้คงหยุดงาน เห็นว่าไปเตะตะกร้อข้างวินมอเตอร์ไซค์กันแล้ว!”

อุ...กร๊ากกกกกกกกกกก*ตกเก้าอี้ไปแล้วขำต่อ*
ไอ้สองตัวนี้ ตกลงเรื่องนี้แกทั้งสองหน่อ
รับจ๊อบเป็นตัวโจ๊กกันใช่ม๊ายยย

รักแกสองหน่อนี่จริงๆ *ยังอุส่าโฟกัสเจอนะยัยซิน*

love เรื่องนี้มากค่า!!!! หลังจากทำความเข้าใจ
มาหลายตอน 555+ จะติดตามต่อไปจ้า

#3 By Madam Darkness on 2009-11-16 20:38

หายหน้าไปนานเลยนะค้า คุณ madam darkness confused smile

#4 By K9 on 2009-11-17 07:41

พอดีเพิ่งสอบเสร็จน่ะค่ะ เดินทางไปสอบซะหลายที่

สรุป.....ไม่ติดซักที (อนาจยิ่งแท้)

#5 By Madam Darkness on 2009-11-17 16:59