fic นารุโตะ - Snake’s seduce – The story of Orojimaru : Chapter 2
posted on 07 Nov 2009 19:09 by jacknife in Writingรอติดตามวิกฤติ NC อย่างใกล้ชิดอยู่ค่ะ
Snake’s seduce – The story of Orojimaru : Chapter 2
by อีเห็นระวังภัย
by อีเห็นระวังภัย
โอโรจิมารุนั่งหน้าบูดบึ้งอยู่ตรงข้ามชายผู้เป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารเที่ยง ฟัวกราส์กับหอยแมลงภู่อบเนยกระเทียมหมดจานไปแล้ว แต่อาซึม่ายังบังคับให้เขากินสลัด ซึ่งเป็นเครื่องเคียงมาให้หมด
“รู้ไหมว่าผักจานหนึ่ง กว่าจะได้มาเสิร์ฟให้นายกิน ชาวไร่ชาวสวนต้องอาบเหงื่อต่างน้ำเท่าไร” เขาเทศนา
“ไม่รู้ ชั้นไม่เคยเป็นชาวไร่ชาวสวนนี่!” โอโรจิมารุตอบขวานผ่าซาก
“ไม่รู้ก็รู้ไว้ซะ ชาวสวนจะต้องเตรียมดินด้วยการไถหน้าดิน โปรยปุ๋ยคอก รดน้ำต้นไม้ให้ปุ๋ยซึมลงไปในดิน จากนั้นจึงค่อย ๆ ขุดหลุม หยอดเมล็ดพันธุ์พืชลงไป กลบหลุม จากนั้นก็...”
เสียงระฆังช่วยดังขึ้นในรูปของเสียงโทรศัพท์ ชายหนุ่มผมยาวรีบรับทันทีเพื่อให้ตนหลุดพ้นจากเลคเชอร์เรื่องการเกษตรของเจ้ามือ พอได้ยินเสียงฮัลโหลของคนโทรมา เขาก็ฟ้องทันที
“ป๋า...ลูกป๋าบังคับให้หนูกินผัก!”
อาซึม่าขมวดคิ้ว พ่อของเขาโทรมาเช็คหรือไงว่าไอ้หนูเมียน้อยอยู่ดีมีสุขอยู่หรือเปล่า?
“ถึงพารากอนแล้ว กินข้าวกลางวันแล้ว...อือฮึ หอยแมลงภู่อบเนยกระเทียมกับฟัวกราส์...งั้น ๆ แหละ สู้ที่ป๋าพาหนูไปไม่ได้หรอก...ก็คนนั่งกินด้วยเป็นคนละคนกัน มันก็ไม่อร่อยเท่ากันหรอก”
ชายหนุ่มอารมณ์บูดขึ้นมาเฉย ๆ มันนั่งกินข้าวกับเขา แต่ก็ยังฉอเลาะพ่อว่ากินกับพ่ออร่อยกว่ากินกับเขา
...กินข้าวกับคนแก่อร่อยขนาดนั้นเชียวรึไง?
“ไม่เอา...ไม่กิน...ป๋าเคยเห็นหนูกินผักหรือไง หนูไม่ใช่วัวนะ ไม่เอาอะ” แล้วก็นิ่งฟังปลายสายอยู่ครู่ใหญ่ “ถ้าเครื่องลงแล้วป๋าไปรอเขาก่อนก็ได้...ไม่เป็นไรหรอก กลับถูกซี่ ไม่ไกลสักหน่อย กลับแท็กซี่ก็ได้...”
อาซึม่าเรียกพนักงานเสิร์ฟมาเก็บเงิน เพราะดูท่าแล้วอีกฝ่ายไม่ยอมกินผักแน่ ๆ เขาจ่ายค่าอาหารด้วยเงินสดเพื่อความรวดเร็วในการจ่าย ลืมนึกถึงเค้กช็อกโกแล็ตก้อนโตที่บอกโอโรจิมารุไว้ตอนอยู่บนรถไฟฟ้า...ฝ่ายนั้นคงลืมไปแล้วล่ะ
“ขามานั่งรถไฟฟ้าด้วยล่ะ...ดีเหมือนกัน แปลก ๆ ดี ไว้วันหลังเรามาด้วยกันสองคนนะป๋า...”
ยังไม่ทันพูดโทรศัพท์เสร็จ ชายหนุ่มก็โพล่งออกมาเสียงดังกว่าปกติ ราวกับตั้งใจให้เสียงลอดเข้าไปเพื่อคนโทรมาจะได้ยิน
“ไปกันได้แล้ว!”
โอโรจิมารุมองเขาอย่างตำหนิในความไร้มารยาท แต่ท่านประธานซารุโทบิได้ยินเสียงลูกชาย จึงเป็นฝ่ายตัดบทเสียงเอง เมียน้อยร่ำลาสามีชราอยู่อีกพักใหญ่ กว่าจะวางสายได้
“ไร้มารยาท!” ชายหนุ่มผมยาวพูดใส่หน้าอีกฝ่าย
“ชั้นเป็นคนจริงใจ ไม่เสแสร้งต่างหาก”
“เกี่ยวอะไรกับเรื่องเป็นคนจริงใจ? ชั้นว่านายที่พยายามตัดบทไม่ให้ชั้นได้คุยกับป๋านาน ๆ ต่างหาก”
“ป๋าที่นายว่าน่ะ เขาเป็นพ่อของชั้นนะ” อาซึม่าเตือนความจำ
“พ่อที่นายว่าน่ะ ตอนนี้เป็นป๋าชั้นต่างหาก!” โอโรจิมารุเถียงข้าง ๆ คู ๆ
ทั้งคู่เหมือนเด็กเล็ก ๆ สองคนที่พยายามจะแย่งพ่อมาเป็นของตนด้วยการเถียงวกวนไปมา 4-5 รอบ ขณะเดินออกจากร้าน
“ชั้นไม่เข้าใจเลย พ่อเห็นความดีอะไรในตัวนายถึงได้เอานายมาทำเมียน้อยนะ!?!”
ชายหนุ่มกระแทกเสียงอย่างสุดทน เมื่อการเถียงวนไปมารอบที่ 5 จบลง
“ชั้นก็ต้องมีคุณงามความดีต้องใจป๋าบ้างนั่นแหละ ป๋าถึงรักชั้น” เจ้าตัวโอ่
“เหรอ...ชั้นมองทั้งวันก็ไม่เห็น” เขาประชด
“อาจเป็นเรื่องที่นายไม่รู้ก็ได้นี่ ความดีบางอย่างก็เป็นเรื่องที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นหรอกนะ!”
“นั่นสินะ” จู่ ๆ ชายหนุ่มก็เห็นด้วยขึ้นมาเสียเฉย ๆ “อาจเป็นเรื่องที่ชั้นไม่รู้ก็ได้ อย่างเรื่องบนเตียงนั่นไง”
โอโรจิมารุตะลึง พูดอะไรไม่ออก ได้แต่จ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยดวงตาเบิกโพลง
“นายคงจะยอดเยี่ยมไปเลยสำหรับเรื่องบนเตียงสินะ ถึงได้มัดใจพ่อชั้นไว้ได้น่ะ แต่แย่หน่อยนะ พ่อของชั้น 72 แล้ว คงตอบสนองนายได้ไม่ถึงอกถึงใจเท่าไรนัก...น่าเสียดาย...” เขากวาดสายตามองทั่วร่างโอโรจิมารุ
“มองจากภายนอกนายก็ยังดูดีอยู่นี่...พ่อมั่ง ลูกชายมั่ง คงไม่เสียหายอะไร...”
“นาย...หมายความว่ายังไง?” โอโรจิมารุหน้าซีดสลับแดงก่ำ
“นายจะรักพ่อชั้น ให้ความสุขพ่อชั้นบนเตียงยังไงก็ได้ตามใจนาย แต่เวลาที่นายอัดอั้นในเรื่องพรรค์อย่างว่าก็มาหาชั้นสิ รับรองว่าชั้นจะสนองนายให้ถึงอกถึงใจเลยทีเดียว”
หมัดลุ่น ๆ กระแทกเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่ม อาซึม่าผงะไปด้านหลัง...ไม่ได้เจ็บมากมายอะไรนักเพราะแรงของอีกฝ่ายไม่ได้มากมายเหมือนคนกำยำล่ำสัน แต่เขาตกใจมากกว่าที่โอโรจิมารุกล้าลงมือกับเขากลางที่สาธารณะ
“นายนี่มันสารเลวจริง ๆ น่าสงสารป๋าที่มีลูกชายอย่างนาย!”
ตวาดใส่เขาแล้วก็สะบัดหน้าเดินหนีไป ผู้คนที่เดินทอดอารมณ์อยู่แถว ๆ นั้นหันมามองคู่วิวาทเป็นตาเดียว อาซึม่ามองตามร่างนั้น...น่าแปลก...ทั้งที่เขาถูกทำถึงขนาดนั้น แต่กลับไม่มีความรู้สึกโกรธเคืองอีกฝ่ายอยู่เลย
เขาสาวเท้าเดินตามอีกฝ่ายอยู่ห่าง ๆ ดวงตาจับจ้องร่างที่เดินลิ่ว ๆ อย่างโมโหสุดแรงระงับ ก้าวไปตามทางเดินของห้างสรรพสินค้าอย่างไร้จุดหมาย ช่วงแรก ๆ โอโรจิมารุเดินตรงดิ่งไม่สนใจร้านค้าที่อยู่รายรอบเลยสักนิด แต่ต่อมาเมื่อผ่านไปราวสิบนาที ความเร็วของการก้าวเดินก็ลดลง ชายหนุ่มผมยาวชะลอเท้า หันมามองวินโดว์ดิสเพลย์ บางครั้งก็หยุดยืนดูเสียเฉย ๆ
อาซึม่าก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็เดินตีคู่เข้ามาหา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงญาติดีเป็นพิเศษ
“ชุดนี้นายใส่คงสวยดีนะ”
ดวงตาเรียวสวยตวัดมองเขาแว่บหนึ่ง เหมือนกำลังคิดว่าเขาจะมาไม้ไหนกันแน่?
“อยากได้ไหมล่ะ ชั้นจะซื้อให้เอง” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างใจป้ำ
“ชั้นมีเงินซื้อเองได้!” โอโรจิมารุตวัดเสียง
“รู้แล้วน่า ว่าพ่อชั้นให้เงินนายมากโขอยู่หรอก!”
ชายหนุ่มเขม้นมองสายตาเหมือนจะหยั่งลงไปให้ถึงใจอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะรู้ดีอยู่ว่าฝ่ายนั้นไม่มีทางเปิดใจให้เขาง่าย ๆ
“ว่าไง...จะเข้าไปซื้อไหม เดี๋ยวหมดนะ” เขาขู่
ชายหนุ่มผมยาวเชิดหน้าทำเหมือนไม่ใส่ใจเขา เดินเข้าประตูไป
ร้านนี้เป็นร้านขายเสื้อแบรนด์เนมที่ขายเสื้อยืดตีตราโลโก้รูปแบบต่าง ๆ อีกทั้งกางเกงยีนส์และกางเกงทรงทหารตัวโต พนักงานขายเข้ามาทักทาย พร้อมกับแนะนำสินค้า อาซึม่าชักจะรำคาญจึงพูดขึ้น
“เดี๋ยวผมสนใจตัวไหนจะเรียกเองนั่นแหละ ตอนนี้ขอดูเฉย ๆ ก่อนเถอะ”
พนักงานหน้าม้าน ถอยหลังหลบไปแต่โดยดี โอโรจิมารุฟังประโยคนั้นแล้วอมยิ้ม...ลูกชายป๋าไร้มารยาทจริง ๆ นั่นแหละ
อาซึม่าก็ยังเป็นอาซึม่า กี่ปี ๆ ผ่านไปก็ยังไม่เปลี่ยน
“ชอบตัวไหน?” ชายหนุ่มร่างใหญ่เดินมาหยุดอยู่เบื้องหลัง
ความทรงจำวัยเด็กที่ผ่านเข้ามาในหัว ทำให้โอโรจิมารุโกรธอาซึม่าน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่คำพูดเมื่อครู่ของฝ่ายนั้นดูถูกเขาอย่างแรงชนิดให้อภัยกันไม่ได้เลย เขาจึงตอบด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรขึ้นนิดหน่อย
“ชอบตัวนี้” เขาหยิบไม้แขวนเสื้อลงมาโชว์ให้ชายหนุ่มเห็น อาซึม่ายิ้ม
“ไม่ดูกระชากวัยไปหน่อยหรือไง?”
คิ้วเรียวขมวดมุ่น หยิบเสื้อแขวนคืนราวแขวนทันที
“ไม่พูดถึงอายุชั้นได้ไหม? ไม่พูดถึงแล้วจะตายหรือเปล่า?”
ลูกชายของป๋าหัวเราะก๊าก วางมือลงบนไหล่อีกฝ่าย ดวงตาเรียวคมเหลือบมองมาอย่างไม่พอใจนัก แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
“คิดถึงเรื่องสมัยเด็ก ๆ นะ พ่อพาชั้นกับนายไปซื้อเสื้อผ้าด้วยกัน ทั้งที่นายได้เสื้อผ้าน้อยกว่าชั้นแท้ ๆ แต่ดันใช้เวลาเลือกมากกว่าชั้นตั้งครึ่งชั่วโมง นายเคยเป็นคนช่างเลือกขนาดนั้นแท้ ๆ ไม่น่าเชื่อว่า...”
ประโยคหลังงึมงำอยู่ในลำคอ โอโรจิมารุหันขวับ
“ไม่น่าเชื่อว่าอะไร...พูดให้ดี ๆ นะ”
ชายหนุ่มยิ้ม ดวงตามองอีกฝ่ายอย่างพิเคราะห์จนหนุ่มผมยาวรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ
“ไม่น่าเชื่อว่าจะเลือกมาอยู่กับพ่อของชั้นน่ะสิ!”
โอโรจิมารุสะบัดตัวให้มือของชายหนุ่มหลุดจากไหล่ตน ดวงตาวาวโรจน์
“นายพูดแบบนั้นเป็นการดูถูกป๋านะ ดูถูกพ่อตัวเอง”
อาซึม่าเหยียดริมฝีปาก “ยังไม่หมดนะ ชั้นยังดูถูกนายด้วย...ไม่ได้ดูผิดสักนิด”
หมัดของโอโรจิมารุพุ่งเข้ามายังใบหน้าเขา แต่คราวนี้อาซึม่ายุดมือไว้ได้ทัน
“มือไวใจเร็วแบบนี้ไง ถึงคว้าพ่อของชั้นไปจากแม่ได้”
ชายหนุ่มผมยาวกัดฟันแน่น เขาเถียงไม่ออกเพราะมันเป็นความจริง และชายหนุ่มตรงหน้าเขาก็เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการตัดสินใจเลือกที่จะเป็นคนรักของประธานซารุโทบิที่เขาทำลงไป
“ไม่เถียงหน่อยล่ะ? นายจะบอกว่าที่ชั้นพูดถูกหมดหรือไง?”
โอโรจิมารุหันหลังให้เขา มือเลือกเสื้อไป แต่ใจไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว เขาคิดถึงวันสุดท้ายที่อยู่ในบ้านใหญ่ ตอนนั้นทุกคนรู้กันนานแล้วว่าเขากับท่านประธานซารุโทบิมีความสัมพันธ์ล้ำลึกกัน แต่เพิ่งจะมาแตกหักเมื่อท่านซารุโทบิประกาศว่าจะแยกเขาให้ไปอยู่ยังคอนโดเป็นเอกเทศ อาซึม่าซึ่งเพิ่งกลับมาบ้านในวันเสาร์อาทิตย์ เพราะวันธรรมดาต้องไปอยู่หอพักของมหาวิทยาลัยได้รับรู้เรื่องนี้เข้าก็โกรธนักหนา ถือว่าพ่อกระทำการหักหาญน้ำใจของผู้เป็นแม่...
โอโรจิมารุยังจำได้ว่า เมื่ออาซึม่าพบกับเขาที่กำลังตระเตรียมข้าวของเพื่อขนย้ายไปยังที่อยู่อาศัยใหม่ ชายหนุ่มกระชากเขาตัวปลิวเข้าไปในห้องแล้วล็อคประตูห้องไว้แน่น จับกดลงกับเตียงนอน เข่ากดขาไว้ไม่ปราณีปราศรัย ชู้รักของท่านประธานซารุโทบิพยายามตะเกียกตะกายให้พ้นจากสภาพไร้ทางสู้นั้น แต่ไร้ผล อาซึม่ายังดึงดันกระทำการหยามเหยียดเขาต่อไปด้วยการรวบแขนเขามัดกับหัวเตียง มือจาบจ้วงเข้าไปสัมผัสส่วนภายใต้กางเกง ใช้ความรุนแรงหยาบกระด้างผลักดันให้เข้าสู่ห้วงอารมณ์หวามไหวปะปนกับความอัปยศถึงขีดสุด อาซึม่าพยายามจะเข้ามาในร่างกายของเขา ถุงยางกับเจลหล่อลื่นที่ใช้แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มเตรียมพร้อมที่จะย่ำยีทำลายเขามาล่วงหน้าแล้ว นิ้วหยาบกระด้างล้วงลึกเข้าไปแม้จะชุ่มด้วยเจลลื่นเย็น แต่ความเจ็บปวดไม่ได้ลดลงเลยสักนิด ช่วงเวลานั้น โอโรจิมารุไม่พยายามที่จะรับรู้อะไรอีกแล้ว เขาหลับหูหลับตาตะโกนเรียกชื่อท่านประธานซารุโทบิให้ช่วยดังลั่นห้องทั้งที่รู้ดีว่า โอกาสที่เสียงของตนจะดังผ่านกำแพงผนังห้องไปถึงหูใครได้นั้น น้อยเต็มที อาซึม่าตบหน้าเขาหลายครั้ง เจ็บแสนเจ็บ แต่เขาไม่หยุดตะโกนเรียกหาท่านซารุโทบิ จนชายหนุ่มต้องหยุดการกระทำของตนลงเพราะหมดอารมณ์ ดวงตาบุตรชายของคนที่ตนรักจ้องมองเขาด้วยความเกลียดชัง ด้วยความปรารถนา ด้วยความรู้สึกที่โอโรจิมารุอ่านไม่ออก ชายหนุ่มผละจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย ในขณะที่เขาผวาไปล็อคประตูอีกครั้ง ทั้งที่ความเจ็บปวดและวาบหวามยังไม่สิ้นสุดลง โอโรจิมารุได้แต่นั่งพิงประตูอยู่อย่างนั้น นาน...จนทำใจได้ว่าจะต้องทำหน้าเช่นไรยามเผชิญหน้าผู้คนที่ไม่รู้เรื่องนี้...ปั้นหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...เขาคิดว่าเขาคงทำได้...
...แต่ไม่ใช่กับท่านซารุโทบิที่เขารัก...
...ไม่ใช่กับอาซึม่า ที่เป็นคนกระทำการหยามเหยียดนี้กับเขา...
“โอโรจิมารุ นายจะทำปั้นปึ่งไปทำไม เรามันคนกันเองไม่ใช่รึไง?”
เสียงนั้นดังอยู่ใกล้ ๆ ตัว ไหล่ของคนถูกเรียกชื่อเกร็งขึ้นเหมือนเป็นการระวังตัว เวลาที่ผ่านไปเกือบ 20 ปี อาจทำให้ความรู้สึกและความขุ่นเคืองบรรเทาลง แต่ความระมัดระวังตัวเป็นพิเศษเมื่อต้องอยู่กันตามลำพังยังไม่ลดลง
...เขาต้องป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด...
วันนี้ถ้าไม่ใช่คำสั่งของท่านซารุโทบิ เขาก็คงไม่ยอมมากับชายหนุ่มง่าย ๆ อีกประการหนึ่งที่เขาตัดสินใจมายังห้างสรรพสินค้านี้กับอาซึม่าก็ด้วยเห็นว่ามันเป็นที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน ยากที่อีกฝ่ายจะทำการไม่บังควรกับเขาได้
...แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด!
“คุณพนักงานครับ เอาเสื้อตัวนี้!”
จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ร้องเรียกพนักงานให้เข้ามาหา แย่งเสื้อจากมือโอโรจิมารุมาถือไว้ พร้อมกับเสื้อผ้าจากราวตรงหน้าอีก 2-3 ตัว
“ห้องลองเสื้อไปทางไหนครับ?”
พนักงานผายมือไปยังห้องลองเสื้อที่อยู่มุมห้อง...มีราวแขวนเสื้อผ้าบังไว้...หล่อนไม่กล้าบริการเขาอย่างใกล้ชิดอย่างที่ทำกับลูกค้าคนอื่นเพราะเห็นฤทธิ์กันมาแล้วเมื่อครู่
อาซึม่าลากแขนโอโรจิมารุไปยังจุดนั้นทันที ชายหนุ่มผมยาวพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ไม่ได้ผล
“ปล่อยชั้นนะ!”
เขาเปลี่ยนวิธีมาเป็นใช้คำพูดขู่ แต่มีหรือที่ชายหนุ่มร่างใหญ่จะกลัว เขายิ้มมุมปาก ทอดสายตามองผู้ถูกบังคับอยู่ใต้อาณัติของเขา มืออีกข้างรวบเสื้อผ้าที่จะเอามาลองไว้เต็มอ้อมแขน เมื่อถึงห้องลองเสื้อ อาซึม่าก็ผลักอีกฝ่ายเข้าไปในห้องแล้วก้าวตามเข้าไป ปิดล็อกไว้โดยที่ยืนบังไม่ให้โอโรจิมารุมีทางออกได้เลย
“นายจะทำอะไร!?!”
ชายหนุ่มผมยาว ร่างบอบบางถอยหลังไปจนชิดผนังห้องลองเสื้อที่กรุด้วยกระจกทั้ง 4 ด้าน ภาพอาซึม่าสะท้อนให้เห็นจากกระจกทั้ง 4 บาน ยิ่งคุกคามเขามากยิ่งขึ้นเพราะมันดูราวกับมีอาซึม่าเพิ่มขึ้นอีกหลายคน
“นายก็อายุป่านนี้แล้ว คงไม่ได้ถามเพราะไม่รู้จริง ๆ หรอกมั้ง?”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอของชายหนุ่มทำให้โอโรจิมารุหนาวเยือก ร่างใหญ่นั้นเบียดเข้ามาจนชิด มือตะปบเข้าที่ริมฝีปาก เสียงเข้มกระซิบที่ข้างหู “อย่าร้องนะ ถ้าไม่อยากอับอายขายหน้าละก็...”
เมื่อตกอยู่ในลักษณะนั้น ถึงอยากร้องก็ร้องไม่ได้อยู่แล้ว ดวงตาเรียว คม คู่สวย มองเขม็งอย่างอาฆาต แต่แล้วก็ต้องกลับตาลง กัดฟันแน่น เมื่อชายหนุ่มงับเข้าที่ติ่งหูของเขาและขบเม้มเล่นเหมือนเห็นเป็นของสนุก ลิ้นร้อนไล้เลียยังติ่งหูลงมาถึงลำคอขาวผ่อง มือไม้ที่กะว่าจะต่อสู้เต็มที่เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนอ่อนระทวย ได้แต่ผลักไสอีกฝ่ายด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่ต่างอะไรกับลูกแมวผลักไสร็อตไวเลอร์ มือที่ว่างอีกข้างของชายหนุ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งของสะโพกบางหนักมือยิ่งขึ้น เสียงลมหายใจหนัก ๆ ของชายหนุ่มดังขึ้นเหมือนจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ มือหยาบนั้นไล้ลงมาถึงต้นขา ผ่านมายังด้านหน้า สะกิดไม่เบานักยังส่วนที่โอโรจิมารุไม่อยากให้เขาแตะต้องที่สุด ลมหายใจของร่างบางสะดุด ริมฝีปากเผยอขึ้น วูบนั้นชายหนุ่มฉกริมฝีปากลงไปประทับกับกลีบปากงามนั้น ลิ้นแทรกเข้าไป รุนแรง รวดเร็ว ยังโพรงปากอุ่นชื้น แล้วถอนกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนที่อีกฝ่ายจะงับลิ้นเขาขาดคาปาก ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์เมื่อถูกบังคับขโมยจูบโดยไม่เต็มใจ อาซึม่าแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าด้วยการกดน้ำหนักมือแรงขึ้นที่ร่างกายด้านหน้าของโอโรจิมารุ...ร่างบอบบางนั้นไม่ได้ไร้เดียงสาในเรื่องนี้ สัมผัสที่ได้รับ แม้จะมาจากการบังคับขืนใจ แต่มันก็ส่งความวาบหวามอันยากจะฉุดรั้ง ร่างบางหอบหายใจหนักขึ้นเมื่อมือใหญ่ หยาบ ร้อนผ่าว ปลดตะขอกางเกงยีนส์ของเขา รูดซิปลง ปล่อยให้กางเกงรูดลงไปกองกับพื้น จากนั้น มือของผู้บุกรุกก็สอดเข้าไปสัมผัสกับส่วนกายภายใต้ชั้นในของเขา สัมผัสของมือหยาบร้อนกับผิวหนังไร้สิ่งห่อหุ้ม ไม่ต่างอะไรกับเปลวไฟและน้ำมัน เมื่อมาพบกันเข้าก็มีแต่จะเผาผลาญ มอดไหม้ โอโรจิมารุเกร็งร่างเมื่ออาซึม่าสัมผัสเขาอย่างที่เคยทำมาแล้วเมื่อ 20 ปีก่อน ต่างกันเพียงแต่ว่าครั้งกระโน้นมันไปไม่ถึงจุดหมาย
...แต่ครั้งนี้ไม่ใช่...
การบังคับอย่างหยาบคายของชายหนุ่มกับร่างกายที่ห่างเหินสัมผัสหวามมานานของเขา ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปตามความปรารถนาของร่างกาย ไม่ใช่จากหัวใจ ร่างบางปลดปล่อยสิ่งที่เก็บกักเอาไว้ออกมามาจนหมดสิ้น สั่นสะท้านอยู่ภายในอ้อมแขนของชายหนุ่ม อาซึม่าฝังจูบลงบนเรือนผมดกดำ ยาวเหยียด หอมอ่อน ๆ นั้นอีกครั้ง ประทับจูบลงบนหน้าผากโปรยจูบเบา ๆ ลงบนใบหน้างามที่หลับตาแน่นด้วยแรงอารมณ์
“นายไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้มานานแล้วสิท่า...”
เขากระซิบถามที่ข้างหู คำพูดของเขาทำให้ร่างบางเริ่มขัดขืนอีกครั้ง ชายหนุ่มหยุดปฏิกิริยานั้นด้วยการไล้ปาดของเหลวขาวข้นจากด้านหน้าทั้งหมดไว้ที่นิ้วของตน แล้วสอดเข้าไปหล่อลื่นยังด้านหลัง โอโรจิมารุเกร็งร่างอย่างตกใจ เริ่มดิ้นรนในขณะที่เขากวาดปลายนิ้วไปทั่วช่องทางนั้นเพื่อขยายออกให้รับความต้องการอันร้อนผ่าวของเขา
“พ่อชั้นก็ 72 แล้ว...ทำเรื่องอย่างว่าไม่ได้มากี่ปีแล้วล่ะ?”
นิ้วใหญ่ หยาบกระด้างนั้น กวาดขยายช่องทางอีกรอบ คราวนี้กินอาณาบริเวณกว้างขึ้นกว่าเดิม ภายในร่างของโอโรจิมารุกระตุกตอด บีบรัด ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจหนัก ๆ เขากำลังจินตนาการว่ามันจะเป็นเช่นไรถ้าสิ่งที่อยู่ภายในร่างอีกฝ่ายเป็นส่วนกายของเขา ไม่ใช่แค่นิ้วเพียงสองนิ้ว เขาเค้นหัวเราะ
“ตอนนี้นายคงไม่ต่างอะไรกับหนุ่มซิง ๆ เลยสินะ”
โอโรจิมารุกัดฟัน แต่แล้วก็ต้องลืมตาโพลง เมื่อชายหนุ่มกระตุกกางเกงชั้นในของเขาลง ลิ้นร้อนผ่าวสัมผัสกับส่วนซ่อนเร้นที่เพิ่งถูกบังคับให้เข้าสู่จุดสูงสุดของห้วงอารมณ์ ความหวามไหวยังแล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือด แต่ชายหนุ่มกลับเติมมันเข้าไปอีกด้วยการใช้ทั้งลิ้นและฟันขบปรนเปรอความปรารถนาไม่ให้จบสิ้นลงง่าย ๆ โอโรจิมารุเข่าอ่อนแทบไม่อาจยันร่างยืนอยู่ได้ เขาพิงผนังกระจกเต็มที่ มือทั้งสองข้างเกาะกุมอยู่ที่ศีรษะของอาซึม่า ทั้งผลักไส ทั้งกดเข้ามาหา เพื่อเพิ่มความหนักแน่นของสัมผัส เสียงครางดังเล็ดลอดออกมาจากปากด้วยความพลุ่งพล่านของอารมณ์สุดจะบรรยาย
ภาพเงาของการร่วมสัมพันธ์ระหว่างเขากับชายหนุ่มสะท้อนให้เห็นเต็มตาแทบจะทุกมุมมองจากกระจกห้องแต่งตัว...ความอัปยศอันวาบหวาม
ศักดิ์ศรีที่ถูกทำลายลงด้วยความหอมหวานของตัณหา
เกียรติยศอันน้อยนิดของชู้รักที่ระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมกับความสุขสุดยอดที่ได้รับการปรนเปรอ...
น้ำขาวขุ่นที่หลั่งรินออกมาอีกรอบ ถูกชายหนุ่มจัดการแบบเดิมอีกครั้ง เพิ่มความหล่อลื่นเข้าไปยังช่องทางแคบด้านหลัง ครั้งนี้อาซึม่าไม่ได้เตรียมมาทั้งเจลหล่อลื่นและถุงยาง เขาใช้สารคัดหลั่งจากร่างของผู้ที่ถูกหมายตาเป็นเหยื่อกามารมณ์ของตนเบิกทาง แต่กับถุงยาง...คิดแค่นี้โอโรจิมารุก็หลับตา ข่มน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมา
อาซึม่าไม่ใช้ถุงยาง!
ร่างบางถูกพลิกตัวให้หันหน้าเข้าหากระจก และร่างใหญ่ก็ทาบทับมาทางด้านหลังทันที
ส่วนปลายของชายหนุ่มแทรกเข้ามาในร่าง โอโรจิมารุเจ็บจนร้องไม่ออก มันไม่เหมือนที่ท่านซารุโทบิทำกับเขา ไม่เลยสักนิด! เสียงครางอย่างสุขสมในลำคอของอาซึม่าดังขึ้น เมื่อขยับแทรกตัวเข้าไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดทาง
ชายหนุ่มขยับร่าง...แรกสุดเพียงแค่เบา ๆ เพื่อเก็บเกี่ยวความซาบซ่านจากร่างที่เขาโหยหามานับสิบปี ก่อนที่จะทนไม่ไหวกับความเย้ายวนที่ได้รับ สัมผัสจากชายหนุ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามความปรารถนาที่เก็บกักมานานปี โอโรจิมารุเกลียดตัวเองที่มีอารมณ์ร่วมไปด้วยอย่างอดใจไม่ไหว เพราะความสุขล้นที่อาซึม่ามอบให้เขาถึงสองครั้งสองคราเมื่อครู่ เป็นบันไดให้การต่อยอดทางกามารมณ์ครั้งนี้เป็นไปโดยที่เขามีส่วนร่วมด้วย...อย่างน้อยก็ทางร่างกายที่เรียกร้องสัมผัสหยาบจากชายหนุ่ม รสรักของอาซึม่าต่างจากท่านซารุโทบิที่จะค่อย ๆ ละเลียดร่างของเขา เพิ่มความสุขทั้งร่างกายและทางใจให้เริงโรจน์ขึ้นถึงขีดสุด การห่างหายรสสัมผัสนั้น ทำให้ร่างกายของเขาเรียกร้องหาสัมผัสที่รุนแรง หนักหน่วงกว่าเดิม เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดให้รวดเร็ว รุนแรงยิ่งขึ้น ร่างบอบบางเกร็งเขม็งเมื่อความสุขสมจู่โจมเข้ามาอีกเป็นครั้งที่สาม พร้อมกับชายหนุ่มเบื้องหลังที่ดันร่างเข้ามาลึกสุดแล้วปลดปล่อยน้ำร้อนผ่าวข้นเหนียวภายในร่างของเขา ฝังร่างอยู่เช่นนั้น ไม่ยอมออกมา ลมหายใจถี่กระชั้นไม่เป็นจังหวะของทั้งคู่ดังประสานกันอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านั้นเอง
จนเมื่อควบคุมอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติได้ โอโรจิมารุจึงหันขวับมากะจะเอาเรื่องลูกชายของชู้รักที่ทำกับเขาเหมือนเป็นวัตถุทางเพศ แต่นึกไม่ถึงว่าการขยับตัวของเขาจะส่งผลกระทบถึงอีกฝ่าย ส่วนกายของอาซึม่าที่ฝังอยู่ในตัวเขาเริ่มแข็งตัวขึ้นอีกครั้ง ร่างบางตาโตเมื่อรู้สึกได้ แต่ก็สายไปเสียแล้ว เพราะชายหนุ่มเริ่มขยับตัวอีกครั้ง เข่าของโอโรจิมารุอ่อนลงถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่า อาซึม่าไม่ปล่อยให้โอกาสทองนั้นหลุดลอยไป เขาเอื้อมมือไปกุมส่วนกายที่สงบลงเมื่อครู่ของคนตรงหน้า ขยับร่างไปพร้อมกับมือเพื่อเร่งเร้าอารมณ์อีกฝ่ายให้โลดสูงขึ้นอีกครั้ง ของเหลวจากร่างของชายหนุ่มที่ปลดปล่อยในร่างอีกฝ่ายทำให้การสอดแทรกครั้งนี้เป็นไปโดยง่ายและรื่นรมย์กว่าครั้งแรก เห็นได้ชัดจากการที่ใบหน้าของโอโรจิมารุแดงระเรื่อ เสียงครางดังลอดริมฝีปากออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว
“ชอบแบบนี้หรือนี่?” เขากระซิบกลั้วหัวเราะ “ชอบก็ครางออกมาสิ...ร้องดัง ๆ ก็ได้นะ...”
ร่างบางเกร็งเมื่อได้ยินเสียงของเขา แต่นั่นยิ่งเพิ่มแรงบีบรัด ขัดขืนให้ชายหนุ่มยิ่งมีอารมณ์ปรารถนาสูงขึ้นกว่าเดิม เขาแทรกร่างตามจังหวะที่ร่างกายเรียกร้อง ผสานกับสัมผัสจากร่างบางที่ขัดขืนทั้งอดใจไม่ไหว ความต้องการและต่อต้านในเวลาเดียวกันของอีกฝ่าย ยิ่งเร้าใจเขาจนพาทั้งตนเองและร่างกายใต้ที่เขาควบคุมอยู่ไปถึงฝั่งฝันอีกครา
เขาปลดปล่อยอีกครั้งในร่างนั้น เพิ่มความลื่นไหลในสัมผัสมากยิ่งขึ้นจนอดใจไว้ไม่ไหว ต้องดำเนินต่อไปเหมือนไม่รู้จักอิ่มเอมในรสสัมผัสจากร่างนี้ โอโรจิมารุหมดเรี่ยวแรงลงจนต้องให้เขาประคองตัวจับนั่งลงกับพื้น หลังพิงกระจกผนัง ดวงตาคู่สวยดุ เอาเรื่องนั้นหรี่ปรือ หยาดเยิ้ม ผมยาวตรง เรียบสวยนั้นยุ่งเหยิง ใบหน้างามซับสีระเรื่อจากความสุขสมที่ได้รับ อาซึม่าอดใจไว้ไม่ไหวอีกต่อไป เขาชันขาเรียวงามขาวผ่องนั้นขึ้น แทรกตัวเองเข้าไปในนั้น กระทำตามความต้องการซ้ำอีกจนบรรลุจุดหมายทั้งของเขาเองและโอโรจิมารุที่แทบจะหมดสติแล้วจากการปรนเปรอตัณหาของเขา
...ก่อนสติจะดับวูบลงไป โอโรจิมารุสะอื้นในอก...เขารู้ตัวแล้วว่าเขากลายเป็นชู้รักของพ่อและคนบำเรอสวาทของลูกเสียแล้ว...
To be continue

...นี่เราจะแสดงความลำเอียงเข้าข้างโอโรจิมารุมากไปอ๊ะเปล่าเนี่ย?? อิอิ) จนป๋ากิเลสแตกนะคะ ตัวป๋าเอง แกมีแนวโน้มจะเป็น pedo อยู่แล้วหรือเปล่า? (ในเรื่องจริง ป๋าแกก็ชอบไล่โอ๋เด็กพ่อแม่ตายตามสุสาน หลอกเด็กไปวัน ๆ ว่าซักวันพ่อแม่จะกลับมาเกิดใหม่ คุณครูอิรุกะก็เคยโดนแกโอ๋...โชคดีนักหนาที่ครูอิรุกะแกไม่สวย ไม่งั้นก็คงไม่รอดมาถึงมือครูคาคาชิ) เมื่อมาเจอกับโอโรจิมารุซึ่งขาดพ่อ ยึดเอาป๋าเป็นที่พึ่งทางใจแทนพ่อ เป็นมือที่ลูบหัว เป็นคนที่ปกป้องตัวเองได้เวลาถูกรังแก เป็นเรื่องธรรมดาอยู่เองที่โอโรจิมารุจะรักป๋านะ
#1 By FaYonArT (125.24.39.141) on 2009-11-07 23:46