fic นารุโตะ - Submarine has no spring (คิซาเมะ x ซุยเงสึ) Chapter 21
posted on 18 Dec 2009 20:46 by jacknife in Writing
Submarine has no sping – ใต้ทะเลไม่มีฤดูใบไม้ผลิ : Chapter 21
by อีเห็นระวังภัย
เช้านี้ เป็นเช้าที่คิซาเมะเหนื่อยที่สุดในชีวิต!
ไม่ใช่ว่ามีภาระหน้าที่อันใดทำให้เขาต้องปฏิบัติงานหนักหนาสาหัสขึ้นหรอก แต่เป็นพิษของการเดินถือของหนักท่ามกลางอากาศร้อนจัด ถีบเรือถีบ 2 ชั่วโมง ตระเวนไปยังแหล่งซื้อปลาทองถึงฟาร์ม ทำให้ซุยเงสึกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน หรือเจาะจงให้ชัดเจนกว่านั้นคือเครื่องเรือนของเขาที่โซฟา 2 ที และแฮตทริกตอนดูบอลรอบดึกอีก 3 ครั้ง ทั้งที่ผลฟุตบอลในคืนนั้นจบลงที่เสมอกัน 0-0
ชายหนุ่มชักจะสงสัยว่าเขาแก่เสียแล้วจริง ๆ กระมัง เพราะเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลง เขาก็นอนหอบหายใจระรวยอยู่หน้า TV มองเห็นภาพสตีเฟน เจอราดด์มองหน้าเขาอย่างตำหนิที่ไม่ได้ตั้งใจดูบอล มัวแต่เอาเวลาไปทำสิ่งที่ทำวันไหนก็ได้ที่ไม่ใช่วันที่ลิเวอร์พูลแข่ง...แต่จะทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อเด็กมันยั่ว...เขาก็เลยหลวมตัวไปหน่อย เขาได้แต่หวังว่าเจอราดด์จะเข้าใจ
คู่กรณีของเขานอนขดตัวเหมือนแมวอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา เป็นเขาเองที่ถีบมันตกจากโซฟาตัวนุ่มลงไปกองกับพื้นด้วยข้ออ้างที่ว่าโซฟามันตัวเล็ก นอนคนเดียวก็เมื่อยจะแย่อยู่แล้ว ยิ่งนอนสองคนด้วยยิ่งไม่มีทาง เด็กหนุ่มลงเอยด้วยการไปนอนอยู่ตรงนั้น แต่ดูมันจะไม่ทุกข์ร้อนอะไรเพราะตัวมันเล็กพอที่จะนอนขดบนนั้นได้ ออกจะดูอิ่มเอิบพริ้มเพราดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะได้ทั้งน้ำ ได้ทั้งเบียร์ ได้ทั้งเซ็กส์ ครบถ้วนกระบวนการ ซุยเงสึมองหน้าเขาแล้วยิ้มเมา ๆ ให้ก่อนจะหลับตาลง
...น่ารักชะมัด...
คิซาเมะตัดสินใจว่าเขาจะไม่นอนแล้ว มิฉะนั้นมีหวังหลับลึดไม่ตื่นง่าย ๆ แน่ เขายันตัวลุกขึ้น เดินเป๋ ๆ ไปจัดการธุระส่วนตัวยามเช้า ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้นอนต่ออีกหน่อย เขาไม่เข้าใจเลยว่ามันไม่เหนอะหนะขยะแขยงกับของเหลวของเขาที่ปลดปล่อยในร่างมันบ้างหรือไง?
...แล้วสมองไม่รักดีของเขาก็จินตนาการภาพซุยเงสึนอนคว่ำ หยัดสะโพกขึ้นเล็กน้อย เหลียวหน้ามาทางเขาด้วยน้ำตาคลอตา
...ปล่อยเข้ามาในนี้เลยสิครับรุ่นพี่...ผมต้องการรุ่นพี่ให้อยู่ในตัวผมจนทนไม่ไหวแล้ว...
ถึงซุยเงสึจะเคยพูดอะไรคล้าย ๆ แบบนั้นจริง แต่แน่นอนว่าภาพในหัวเมื่อครู่ ชายหนุ่มจินตนาการขึ้นเองทั้งเพ คิซาเมะเปิดฝักบัวน้ำอุ่นให้ไหลรดศีรษะ สะบัดผมไปมาอย่างแรงราวกับจะให้ความคิดพิลึกพิลั่นนั้นหลุดไปจากสมอง เขาตากน้ำอุ่นจากฝักบัวอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ แล้วริมฝีปากก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เมื่อใจนึกถึงใครคนหนึ่งที่นอนขดอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา...
---------------------------------------------------------------------
“ซุยเงสึ...ตื่นเถอะ”
กิจกรรมยามเช้าของเขากับมันมักจะเริ่มต้นด้วยจุดนี้เสมอ...
...และมันก็ตอบสนองด้วยการหันหน้าตะแคงหนีทุกครั้งไปเหมือนเดิม...
“ตื่นเถอะ เร็ว...ตี 5 กว่า ๆ แล้วนะ” เขาเร่ง
“รุ่นพี่ไปอาบน้ำ ทำกับข้าวก่อน” มันงึมงำ
“ชั้นทำเสร็จหมดแล้ว เหลือแต่ให้นายอาบน้ำนี่แหละ”
น้ำเสียงของเขาแข็งขึ้นอีกนิดเพื่อขู่ให้ดูเด็ดขาด มันหันมาหาเขา...ยิ้ม ทั้งที่ยังหลับตา
“จูบผมก่อน แล้วผมถึงจะยอมตื่น”
“ไม่เอา เหม็นขี้ฟันใครจะไปจูบลง” คิซาเมะพูดกลั้วหัวเราะ
“อย่ามาโกหกเลย ผมใช้เดนทิสเต้แปรงฟันนะรุ่นพี่!” มันเถียง ดวงตายังหลับอยู่
“จะตื่นไม่ตื่น?” ชายหนุ่มก้มลงพูดเสียงต่ำ ๆ ที่ข้างหูมันเป็นเชิงขู่
“ม่าย...”
มันพลิกตัวหนีเหมือนทุกครั้ง แต่คราวนี้คิซาเมะรวบเอวมันยกขึ้นแบกบนบ่าง่ายดายเหมือนอุ้มตุ๊กตายัดนุ่น จับเขย่าแรง ๆ ไปตลอดทางสู่ห้องน้ำ เด็กหนุ่มร้องลั่นปนหัวเราะจนน่ากลัวว่าข้างบ้านจะหาอะไรขว้างหลังคาเอา
“ตื่น ๆ ๆ ๆ”
เขาพูดเป็นจังหวะตามแรงเขย่า แล้วจึงวางซุยเงสึลงในอ่างอาบน้ำ เหมือนเช้าวันที่มันมาค้างกับเขาเป็นคืนแรก ผิดกันแต่ว่า วันนี้ให้มันยั่วแค่ไหน เขาก็ไม่มีแรงทำอะไรมันแล้ว เด็กหนุ่มเหมือนจะรู้ข้อนี้ดี จึงเอื้อมมือไปเปิดน้ำใส่อ่าง แต่คิซาเมะดุ
“เช้า ๆ อย่างนี้อาบฝักบัวดีกว่า มัวแต่แช่น้ำเดี๋ยวก็สายหรอก!”
มันหน้ามุ่ย แต่ก็เอื้อมมือไปปิดน้ำแต่โดยดี ยื่นมือขวาให้เขา
“รุ่นพี่ดึงหน่อย...”
ชายหนุ่มถอนหายใจ...แค่มันจะลุกยังเดือดร้อนเขาเลย แต่เขาก็ยื่นมือไปดึงมันลุกขึ้นตามคำขอ
“อาบให้หน่อยได้ไหมครับ?”
มันยิ้มปะเหลาะ แต่คราวนี้คิซาเมะไม่หลงกล เขายังจำได้ว่าเมื่ออาบน้ำให้มันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
“อาบเองสิ ชั้นจะไปทำกับข้าว” เขาปฏิเสธคำขอร้องไม่มีเยื่อใย
“รุ่นพี่ใจร้าย...ไม่อยากแตะต้องตัวผมแล้วล่ะสิ”
มันแกล้งทำฟูมฟาย ขณะที่ปลดเสื้อตัวเดียวที่ใส่อยู่ใส่มือเขา แล้วเปิดน้ำอุ่นจากฝักบัวเพื่ออาบน้ำ ควันที่ขึ้นฉุยทำให้มองรูปร่างเด็กหนุ่มไมม่ถนัดชัดเจนนัก คิซาเมะจึงยังยืนต่อปากต่อคำกับมันอยู่ในห้องน้ำ
“ชั้นแตะต้องนายบ่อยจนเบื่อแล้วล่ะ เริ่มคิดถึงการโละทิ้งเสียแล้ว” เขาหยอก
“อะไร? เรานอนด้วยกันไม่ถึงอาทิตย์ รุ่นพี่เบื่อผมแล้วเหรอ?” มันโวยวาย
“เก่า ๆ มันเป็นสนิม ใหม่ ๆ หน้าตาจุ๋มจิ๋ม” ชายหนุ่มครวญเพลง...เสียงหลงเล็กน้อย
“ผมอายุ 18 เองนะรุ่นพี่ ถือว่าเก่าจนเป็นสนิมแล้วเหรอ?” มันพูดกลั้วหัวเราะ
“ใหม่ที่นี่ เก่ามาจากที่ไหนล่ะ?”
สิ้นประโยคนั้น ทั้งห้องน้ำก็มีเพียงเสียงน้ำจากฝักบัวกระทบพื้น คิซาเมะนึกเสียใจกับความคะนองปากของตัวเอง แต่ทิฐิก็ไม่อนุญาตให้เขาเอ่ยทำขอโทษก่อน ชายหนุ่มค่อย ๆ เลี่ยงออกมาจากห้องน้ำ แล้วปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา
----------------------------------------------------------------------
เมื่อซุยเงสึแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยด้วยชุดนักศึกษาที่ทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแรกที่มาค้างที่บ้านนี้ คิซาเมะก็อุ่นซุปเมื่อคืนเสร็จแล้ว เขามองดูมันอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่มันก็มองดูซุปของเขาอย่างรู้สึกผิดเช่นกัน
“ผมจะกินหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่จะพยายามนะครับ”
“ชั้นตักน้ำให้นายเยอะหน่อย จะได้กินได้ง่าย ๆ”
คิซาเมะบอกโดยที่ไม่สบตามัน เด็กหนุ่มตักซุปใส่ปากเรื่อย ๆ เงียบเหมือนไม่รู้จะคุยอะไรดี ชายหนุ่มจึงเริ่มก่อน
“ของที่นายซื้อไว้แล้ว จะให้เอาใส่รถไว้เลยไหม เย็นนี้จะได้เอากลับบ้านเลยไง?”
มันเหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง “เอาไว้นี่ก่อนดีกว่าครับ”
“ไม่อยากเอาไปเก็บไว้ชื่นชมที่บ้านหรือไง?” เขาหยอก
“วันหลังผมมาค้างที่นี่จะได้มีเสื้อผ้าใส่ไงครับ” มันตอบหน้าเป็น
“นี่คิดจะมาอยู่บ้านชั้นเป็นการถาวรหรือไง ไม่คิดถึงรูมเมทดาราของนายบ้างเหรอ?” คิซาเมะลองแย้บ ๆ ดู
“ผมคิดว่าจะมาเป็นสะใภ้บ้านนี้แล้วล่ะ”
มันยิ้มหวานจ๋อย คิซาเมะสะดุ้ง...สะใภ้งั้นเหรอ? ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย! หน้าเขาร้อนแทบไหม้
“ใครขอให่นายมาเป็นสะใภ้บ้านนี้กัน!?! อย่ามามั่วนิ่ม”
มันชำเลืองตามองเขา บุ้ยปาก “ผมเป็นคนรักของซาเมฮาดะคุง จะไม่ใช่สะใภ้บ้านนี้ได้ยังไง?”
ในเมื่อมันอ้างซาเมฮาดะ ไม่ได้อ้างเขา ชายหนุ่มจะไปทำอะไรได้ เดี๋ยวมันก็จะโวยวายว่าเขากีดกันความรักอีกเท่านั้นเอง แต่เขาก็ยังดิ้นรนอยู่...ถ้ามันมาอยู่กับเขา ทางบ้านมันจะว่ายังไง ซุยเงสึไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่นี่นะ!
...จริง ๆ ถ้ามันเกิดจากกระบอกไม้ไผ่ก็น่าจะดีเหมือนกัน อย่างน้อยที่สุด ต้นไผ่ก็คงไม่ขืมขืนหน่อไม้หรอกมั้ง?
“นาน ๆ มาทีน่ะ...ได้ แต่ถ้ามาทุกวันชั้นไม่อนุญาต” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ขี้งก! แค่ผมมาอยู่ด้วยคนก็ไม่ได้เปลืองที่ทาง น้ำท่า ข้าวปลามากมายนักไม่ใช่หรือไง?”
“ตอนกลางคืนนายก็ต้องไปทำไซด์ไลน์ไม่ใช่รึไง คิดจะให้ชั้นเปิดประตูให้ตอนดึก ๆ ทุกคืนเหรอ? ฝันไปเถอะ!”
ซุยเงสึกัดริมฝีปาก...ชายหนุ่มพูดเรื่องไซด์ไลน์ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนจะตอกย้ำไม่ให้มันลืมว่า มันเป็นใคร...ก็แค่เด็กไซด์ไลน์...
“ก็ได้ครับ...นาน ๆ มาค้างทีก็ได้ จะได้ไม่รบกวนรุ่นพี่จนเกินไป”
เด็กหนุ่มผลักชามซุปที่กินหมดแล้วออกไปข้างหน้า คิซาเมะหยิบไปล้างพร้อมกับชามซุปของตัวเอง ใจคิดทบทวนว่าตนเองทำถูกหรือไม่ จนล้างเสร็จ เขาและมันจึงออกไปขึ้นรถเพื่อขับไปทำงานในเวลาเกือบหกโมงเช้า
“เข้าเดือนพฤศจิกาแล้ว อากาศก็ยังไม่เย็นลงสักนิด”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นลอย ๆ พยายามไม่ให้ซุยเงสึรู้ตัวว่านี่เป็นการชวนคุย
“ปกติก็ร้อนอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าจะน่าตื่นเต้นตรงไหน” มันว่าเข้าไปนั่น
“ก็ถ้าอากาศหนาวก็เที่ยวทะเลสนุกกว่าหน้าร้อนกับหน้าฝนน่ะสิ ทะเลหน้าหนาวสวยนะ รู้ไหม?”
“ก็แน่ล่ะ ไม่งั้นมันจะเป็นไฮซีซั่นหรือครับ” เด็กหนุ่มแอบขโมยสเตร็ปซิลของเขากินอีกเม็ด
“ก็นั่นแหละ อากาศหนาว แดดไม่ร้อนจัด เล่นน้ำทะเลสนุกดีออกนะ” เขาบอกใบ้เต็มที่
“แล้วเกี่ยวอะไรกับไปทะเล?” มันกระพริบตาปริบ ๆ แล้วจู่ ๆ ก็ทำหน้าหมือนนึกขึ้นได้ คว้าแขนเขาหมับ ดวงตาเปี่ยมความหวัง “รุ่นพี่จะชวนผมไปเที่ยวทะเลงั้นเหรอ?”
สีหน้าลิงโลดของซุยเงสึทำให้คิซาเมะยิ้มรับอย่างเอ็นดู...เด็กกับทะเล...ของคู่กัน
“ประมาณเดือนมกราต้น ๆ เดือน ทางบริษัทจะพาพนักงานทั้งหมดไปสัมมนา 3 วัน 2 คืน จริง ๆ แล้วไปเที่ยวเสียละมากกว่า”
สีหน้าดีอกดีใจของมันเปลี่ยนเป็นเซ็งแด่ว “โธ่เอ๊ย! ผมคิดว่ารุ่นพี่จะชวนผมไปเดทที่ทะเลสองต่อสองซะอีก”
“ใครจะชวนนายไปกัน!?!” ชายหนุ่มแผดเสียงเข้าข่ม “ถ้าจะไปทะเล ชั้นชวนสาว ๆ ไปดีกว่า!”
คราวนี้หน้าเซ็งของมันเปลี่ยนเป็นหน้าบึ้ง คิ้วขมวด เชิดหน้าขึ้นเหมือนกับว่าเขาดูถูกมันอย่างแรง
“ฮึ! ผมก็แค่คิดว่าจะได้เงิน 50,000 จากรุ่นพี่เท่านั้นแหละ”
“เงิน 50,000 เกี่ยวอะไรกับไปทะเล?” ชายหนุ่มออกจะงง ๆ ยังตามมันไม่ทัน
“ก็ถ้าใครอยากชวนผมไปค้างนอกสถานที่ อัตราสุดสัปดาห์ 3 วัน 2 คืน ผมคิด 50,000 น่ะสิครับ”
คิซาเมะมองหน้ามัน กระพริบตาปริบ ๆ “ใครเขาจะยอมจ่ายให้นายตั้ง 50,000 บาท?”
“อ้าว รุ่นพี่ไม่รู้อะไรเสียแล้ว...คนเสนอให้ผมไปค้างสุดสัปดาห์ด้วยน่ะ ล้นหลามเชียวนา”
“บริษัทเราหยุดวันอาทิตย์วันเดียว นายคงเสียรายได้ตรงนี้ไปเยอะเลยสินะ” เขาจิกกัดมันไม่ปราณี
“ก็ไม่เท่าไรหรอกครับ จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ชอบไปแบบนี้เท่าไร อุตส่าห์ได้ไปเที่ยวทั้งที ดันอยู่แต่ในห้องเสียนี่ ได้เห็นก็แต่เตียงกับเพดาน แถมพวกยอมจ่ายประเภทนี้มักจะคิดเรื่องความคุ้มค่าราคาเงินมากกว่าความสุนทรีย์ สักแต่จะทำให้คุ้มที่จ่ายไป ผมจะแย่เอา”
ใบหน้าของคิซาเมะเรียบเฉยเหมือนฟังผ่านหูไปอย่างนั้นเอง แต่มือของเขากำพวงมาลัยจนเส้นเลือดขึ้นปูดโปน
มันช่างเอาเรื่องที่เขาเกลียดมาพูดกรอกหูเขาได้บ่อยเสียจริง ๆ !
ชายหนุ่มบอกตัวเองว่าเขาเกลียดทั้งผู้ใหญ่เอาเปรียบเด็ก ผู้ใหญ่ที่จ่ายเงินซื้อบริการทางเพศจากเด็ก และยิ่งไปเสียกว่านั้น...เขาเกลียดเด็กที่ยอมพลีร่างกายเป็นของเล่นเพื่อแลกเศษเงินที่ผู้ใหญ่ตัณหาจัดโยนให้ราวกับหิวเงินเป็นนักหนา!
บรรยากาศในรถดูเหมือนจะทำให้หายใจไม่ออก คิซาเมะเงียบไป ไม่พูดอะไรกับเด็กหนุ่มอีกเลย เขาเร่งความเร็วของรกขึ้นจนน่ากลัว ซุยเงสึเหลือบตามองเขา แล้วก็รู้ว่าชายหนุ่มโกรธเสียแล้ว...
“รุ่นพี่ครับ...” มันค่อย ๆ เอ่ยปาก
คิซาเมะเงียบ...
“รุ่นพี่ครับ...จอดหน้าปากซอยเข้าบริษัทด้วยนะครับ...”
“นายจะทำไม!?!” ชายหนุ่มกระแทกเสียง “นัดแขกไว้หรือไง?”
คราวนี้ใบหน้าของซุยเงสึมึนชา สบตากับเขาโดยที่ไม่หลบอีกต่อไป
“ผมมาฝึกงานนะครับ รุ่นพี่”
“แล้วนายจะลงไปทำไม อีกนิดเดียวก็จะถึงบริษัทแล้วไม่ใช่รึไง!?!”
“รุ่นพี่อายไม่ใช่หรือครับ ถ้าจะให้ใครรู้ว่ามีเด็กไซด์ไลนั่งรถมาด้วยน่ะ”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ความหงุดหงิดของเขาเข้าครอบคลุมจิตใจ
“ที่ทำงานมีคนรู้ว่านายเป็นเด็กไซด์ไลนด์ด้วยหรือไง!?!” เขาหยุดนิดหนึ่ง...กวาดสายตามองทั่วร่างเด็กหนุ่มอย่างดูแคลน “รึว่ามีคนในบริษัทเคยเป็นลูกค้าของนาย ถึงจะได้มีคนรู้ว่านายขายตัว?”
ซุยเงสึเบะเหมือนเด็ก ๆ แล้วร้องไห้ออกมาดื้อ ๆ คิซาเมะตกใจ รีบชิดรถเข้าข้างทาง
“เป็นอะไรไป?”
มันเงยหน้ามองเขา น้ำตาร่วงเผาะ ๆ ส่ายหัว แต่ไม่ยอมตอบ ชายหนุ่มยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้มัน
“ส่ายหน้าแล้วร้องไห้ทำไม ไม่เป็นไรแล้วทำไมร้องไห้ หือม์?”
มันเบือนหน้าหนีเขา สะอื้นฮั่ก ๆ น้ำตาไหลไม่หยุด คิซาเมะจับคางมันให้หันกลับมาหาเขา
“เด็กขี้แย...ร้องไห้แล้วไม่น่ารักเลยรู้ไหม”
ซุยเงสึปาดน้ำตาลวก ๆ ขมวดคิ้วแล้วยกมือขึ้นปากแรง ๆ อีกครั้งเมื่อพบว่าน้ำตายังไหลออกมาไม่หยุด
“เด็กไซด์ไลน์ ขายตัว ไม่มีความน่ารักให้รุ่นพี่เห็นหรอกครับ”
“เรื่องนี้น่ะเอง...ไร้สาระน่า!” เขาดุมันที่คิดมากกับคำพูดของเขาเกินไป
“ไม่ได้ไร้สาระซะหน่อย มันมีสาระมากพอจะให้รุ่นพี่ยกมาว่าผมทุกครั้งไม่ใช่หรือไง?”
เด็กหนุ่มดึงกระดาษทิชชู่ในรถของเขามาเช็ดน้ำตา อีกแผ่นสั่งน้ำมูก คิซาเมะนิ่งไป เพราะจริงอย่างที่มันพูด
“ให้ผมลงตรงนี้เถอะครับ รุ่นพี่จะได้ไม่ต้องอายใครเขาที่มีเด็กไซด์ไลน์นั่งรถมาด้วย!”
“เหลวไหลจริง นั่งไปจนถึงนั่นแหละ ชั้นไม่ได้คิดมากขนาดนั้นซักหน่อย...” ชายหนุ่มกระอักกระไอ “ชั้นก็แค่หงุดหงิดไปหน่อย เลยปากเสียใส่นาย...อย่าคิดมากเลยนะ” ซุยเงสึเหลือบตามองเขาอย่างระแวง คิซาเมะจึงรีบพูดโดยเร็ว
“เอาเป็นว่า ชั้นผิดเอง...”
“แล้วรุ่นพี่โกรธเรื่องอะไรกันล่ะครับ?” ซุยเงสึขยุ้มทิชชู่รวมกันเป็นก้อนกลม
“ต้องบอกด้วยเหรอ?” ชายหนุ่มหน้าแดง
“ก็ต้องบอกสิครับ เรื่องที่รุ่นพี่โกรธแล้วมาพาลผม ผมก็ควรจะหลีกเลี่ยงให้ไกลสิ จริงไหม?”
“ช่างมันเถอะ” เรื่องอะไรเขาจะบอกมันล่ะ
“ช่างได้ยังไงล่ะครับ เดี๋ยวก็มาโกรธผมอีก” มันเซ้าซี้
ชายหนุ่มออกรถอีกครั้ง แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีขุดหมายปลายทางอยู่ที่บริษัทแสงอุษา...ไม่ใช่หน้าปากซอย
“ว่ายังไงล่ะครับ รุ่นพี่?”
ซุยเงสึเขย่าแขนเขาประกอบคำถาม คิซาเมะกำลังจะจนหนทางอยู่แล้ว เสียงระฆังช่วยก็ดังขึ้น
...พูดให้ถูกคือริงโทนโทรศัพท์มือถือ...
ชายหนุ่มถอนใจเฮือก ดูหน้าจอพบว่าเป็นอิทาจิที่เป็นคนโทรเข้ามา เขาจึงรีบกดรับทันที
“คิซาเมะ...” อิทาจิเรียกชื่อเขา แทนคำทักทาย
“มีอะไรหรือครับคุณอิทาจิ?”
“ได้ปลาทองหรือเปล่า?”
“ได้ครับ ตัวเมีย ตัวโต สวยมาก” เขายิ้ม สายตาทอดมองอยู่ที่ตันโจมองที่ว่ายวนอยู่ในถุงตรงที่วางเท้าของซุยเงสึ
“แล้วเอามาหรือเปล่า?”
“เอามาสิครับ โถ่!” คิซาเมะตอบกลั้วหัวเราะ
“คิดว่าลืม” ปลายสายพูดเหมือนเขาเป็นเด็กนักเรียนประถมที่มักจะลืมเอาหนังสือมาเรียน
“คุณอิทาจิถึงบริษัทแล้วหรือยังครับ?”
“อยู่หน้าบริษัทแล้วล่ะ พี่ยามกำลังเปิดประตูอยู่”
หลังจากเหตุการณ์ที่คนทั้งบริษัทต้องยืนรอหน้ารั้วถึง 8 โมงกว่า เมื่อคิซาเมะไปสายกว่าปกติในครั้งนั้น ยามของบริษัทแสงอุษาก็เลยต้องมาเปิดบริษัทให้เช้ากว่าเดิม และเป็นผู้เปิดประตูรั้วเสียเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ชายหนุ่มมากเกินไป
“มาเช้าจังนะครับ” เขาแซว ระยะหลังมานี้ อิทาจิมาทำงานตามเวลาที่ประธานบริษัทมาทำงาน...ซึ่งหมายความว่าสายโด่ง
“มาดาระมาส่งน่ะ ประตูเปิดแล้ว ชั้นไปคอยในห้องทำงานนะ”
“อย่าเพิ่งให้อาหารปลานะครับ” คิซาเมะรีบบอกก่อนที่อีกฝ่ายจะวางหูไป
“จะให้”
อิทาจิบอกอย่างดื้อดึงแล้ววางหูไปทันทีโดยที่ผู้ดูแลไม่ทันโต้แย้ง คิซาเมะมองโทรศัพท์ที่สัญญาณขาดหายไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าอิทาจิจะดื้อได้ขนาดนี้ ถึงเขาจะรู้มาก่อนล่วงหน้าและต้องรับมือมาตลอด 5 ปีที่ผ่านไปแล้วก็เถอะ
“รุ่นพี่อิทาจิว่ายังไงเหรอครับ?” ซุยเงสึเลียบ ๆ เคียง ๆ ถาม
“ไปถึงบริษัทแล้ว จะรออยู่ที่ห้องทำงาน ให้รีบเอาปลาไปให้เดี๋ยวนี้เลย”
ชายหนุ่มแปลสาระสำคัญที่คนรักของประธานมาดาระต้องการจะสื่อออกมาโดยกระชับ ฉับไว ได้ใจความ เด็กหนุ่มหัวเราะคิก
“รุ่นพี่อิทาจินี่เหมือนเด็ก ๆ เลยนะครับ เห่อปลาทองเสียด้วย”
“เห็นอย่างนั้น คุณอิทาจิก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่มากเชียวละ ต้องคอยดูแลกันอยู่เรื่อย ๆ เชียว”
คิซาเมะยิ้มน้อย ๆ เมื่อคิดถึงใบหน้าของคนที่กำลังพูดถึง ซุยเงสึเหลือบมองแล้วชักจะเริ่มอิจฉาขึ้นมาหน่อย ๆ
To be continue
by อีเห็นระวังภัย
เช้านี้ เป็นเช้าที่คิซาเมะเหนื่อยที่สุดในชีวิต!
ไม่ใช่ว่ามีภาระหน้าที่อันใดทำให้เขาต้องปฏิบัติงานหนักหนาสาหัสขึ้นหรอก แต่เป็นพิษของการเดินถือของหนักท่ามกลางอากาศร้อนจัด ถีบเรือถีบ 2 ชั่วโมง ตระเวนไปยังแหล่งซื้อปลาทองถึงฟาร์ม ทำให้ซุยเงสึกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน หรือเจาะจงให้ชัดเจนกว่านั้นคือเครื่องเรือนของเขาที่โซฟา 2 ที และแฮตทริกตอนดูบอลรอบดึกอีก 3 ครั้ง ทั้งที่ผลฟุตบอลในคืนนั้นจบลงที่เสมอกัน 0-0
ชายหนุ่มชักจะสงสัยว่าเขาแก่เสียแล้วจริง ๆ กระมัง เพราะเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลง เขาก็นอนหอบหายใจระรวยอยู่หน้า TV มองเห็นภาพสตีเฟน เจอราดด์มองหน้าเขาอย่างตำหนิที่ไม่ได้ตั้งใจดูบอล มัวแต่เอาเวลาไปทำสิ่งที่ทำวันไหนก็ได้ที่ไม่ใช่วันที่ลิเวอร์พูลแข่ง...แต่จะทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อเด็กมันยั่ว...เขาก็เลยหลวมตัวไปหน่อย เขาได้แต่หวังว่าเจอราดด์จะเข้าใจ
คู่กรณีของเขานอนขดตัวเหมือนแมวอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา เป็นเขาเองที่ถีบมันตกจากโซฟาตัวนุ่มลงไปกองกับพื้นด้วยข้ออ้างที่ว่าโซฟามันตัวเล็ก นอนคนเดียวก็เมื่อยจะแย่อยู่แล้ว ยิ่งนอนสองคนด้วยยิ่งไม่มีทาง เด็กหนุ่มลงเอยด้วยการไปนอนอยู่ตรงนั้น แต่ดูมันจะไม่ทุกข์ร้อนอะไรเพราะตัวมันเล็กพอที่จะนอนขดบนนั้นได้ ออกจะดูอิ่มเอิบพริ้มเพราดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะได้ทั้งน้ำ ได้ทั้งเบียร์ ได้ทั้งเซ็กส์ ครบถ้วนกระบวนการ ซุยเงสึมองหน้าเขาแล้วยิ้มเมา ๆ ให้ก่อนจะหลับตาลง
...น่ารักชะมัด...
คิซาเมะตัดสินใจว่าเขาจะไม่นอนแล้ว มิฉะนั้นมีหวังหลับลึดไม่ตื่นง่าย ๆ แน่ เขายันตัวลุกขึ้น เดินเป๋ ๆ ไปจัดการธุระส่วนตัวยามเช้า ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้นอนต่ออีกหน่อย เขาไม่เข้าใจเลยว่ามันไม่เหนอะหนะขยะแขยงกับของเหลวของเขาที่ปลดปล่อยในร่างมันบ้างหรือไง?
...แล้วสมองไม่รักดีของเขาก็จินตนาการภาพซุยเงสึนอนคว่ำ หยัดสะโพกขึ้นเล็กน้อย เหลียวหน้ามาทางเขาด้วยน้ำตาคลอตา
...ปล่อยเข้ามาในนี้เลยสิครับรุ่นพี่...ผมต้องการรุ่นพี่ให้อยู่ในตัวผมจนทนไม่ไหวแล้ว...
ถึงซุยเงสึจะเคยพูดอะไรคล้าย ๆ แบบนั้นจริง แต่แน่นอนว่าภาพในหัวเมื่อครู่ ชายหนุ่มจินตนาการขึ้นเองทั้งเพ คิซาเมะเปิดฝักบัวน้ำอุ่นให้ไหลรดศีรษะ สะบัดผมไปมาอย่างแรงราวกับจะให้ความคิดพิลึกพิลั่นนั้นหลุดไปจากสมอง เขาตากน้ำอุ่นจากฝักบัวอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ แล้วริมฝีปากก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เมื่อใจนึกถึงใครคนหนึ่งที่นอนขดอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา...
---------------------------------------------------------------------
“ซุยเงสึ...ตื่นเถอะ”
กิจกรรมยามเช้าของเขากับมันมักจะเริ่มต้นด้วยจุดนี้เสมอ...
...และมันก็ตอบสนองด้วยการหันหน้าตะแคงหนีทุกครั้งไปเหมือนเดิม...
“ตื่นเถอะ เร็ว...ตี 5 กว่า ๆ แล้วนะ” เขาเร่ง
“รุ่นพี่ไปอาบน้ำ ทำกับข้าวก่อน” มันงึมงำ
“ชั้นทำเสร็จหมดแล้ว เหลือแต่ให้นายอาบน้ำนี่แหละ”
น้ำเสียงของเขาแข็งขึ้นอีกนิดเพื่อขู่ให้ดูเด็ดขาด มันหันมาหาเขา...ยิ้ม ทั้งที่ยังหลับตา
“จูบผมก่อน แล้วผมถึงจะยอมตื่น”
“ไม่เอา เหม็นขี้ฟันใครจะไปจูบลง” คิซาเมะพูดกลั้วหัวเราะ
“อย่ามาโกหกเลย ผมใช้เดนทิสเต้แปรงฟันนะรุ่นพี่!” มันเถียง ดวงตายังหลับอยู่
“จะตื่นไม่ตื่น?” ชายหนุ่มก้มลงพูดเสียงต่ำ ๆ ที่ข้างหูมันเป็นเชิงขู่
“ม่าย...”
มันพลิกตัวหนีเหมือนทุกครั้ง แต่คราวนี้คิซาเมะรวบเอวมันยกขึ้นแบกบนบ่าง่ายดายเหมือนอุ้มตุ๊กตายัดนุ่น จับเขย่าแรง ๆ ไปตลอดทางสู่ห้องน้ำ เด็กหนุ่มร้องลั่นปนหัวเราะจนน่ากลัวว่าข้างบ้านจะหาอะไรขว้างหลังคาเอา
“ตื่น ๆ ๆ ๆ”
เขาพูดเป็นจังหวะตามแรงเขย่า แล้วจึงวางซุยเงสึลงในอ่างอาบน้ำ เหมือนเช้าวันที่มันมาค้างกับเขาเป็นคืนแรก ผิดกันแต่ว่า วันนี้ให้มันยั่วแค่ไหน เขาก็ไม่มีแรงทำอะไรมันแล้ว เด็กหนุ่มเหมือนจะรู้ข้อนี้ดี จึงเอื้อมมือไปเปิดน้ำใส่อ่าง แต่คิซาเมะดุ
“เช้า ๆ อย่างนี้อาบฝักบัวดีกว่า มัวแต่แช่น้ำเดี๋ยวก็สายหรอก!”
มันหน้ามุ่ย แต่ก็เอื้อมมือไปปิดน้ำแต่โดยดี ยื่นมือขวาให้เขา
“รุ่นพี่ดึงหน่อย...”
ชายหนุ่มถอนหายใจ...แค่มันจะลุกยังเดือดร้อนเขาเลย แต่เขาก็ยื่นมือไปดึงมันลุกขึ้นตามคำขอ
“อาบให้หน่อยได้ไหมครับ?”
มันยิ้มปะเหลาะ แต่คราวนี้คิซาเมะไม่หลงกล เขายังจำได้ว่าเมื่ออาบน้ำให้มันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
“อาบเองสิ ชั้นจะไปทำกับข้าว” เขาปฏิเสธคำขอร้องไม่มีเยื่อใย
“รุ่นพี่ใจร้าย...ไม่อยากแตะต้องตัวผมแล้วล่ะสิ”
มันแกล้งทำฟูมฟาย ขณะที่ปลดเสื้อตัวเดียวที่ใส่อยู่ใส่มือเขา แล้วเปิดน้ำอุ่นจากฝักบัวเพื่ออาบน้ำ ควันที่ขึ้นฉุยทำให้มองรูปร่างเด็กหนุ่มไมม่ถนัดชัดเจนนัก คิซาเมะจึงยังยืนต่อปากต่อคำกับมันอยู่ในห้องน้ำ
“ชั้นแตะต้องนายบ่อยจนเบื่อแล้วล่ะ เริ่มคิดถึงการโละทิ้งเสียแล้ว” เขาหยอก
“อะไร? เรานอนด้วยกันไม่ถึงอาทิตย์ รุ่นพี่เบื่อผมแล้วเหรอ?” มันโวยวาย
“เก่า ๆ มันเป็นสนิม ใหม่ ๆ หน้าตาจุ๋มจิ๋ม” ชายหนุ่มครวญเพลง...เสียงหลงเล็กน้อย
“ผมอายุ 18 เองนะรุ่นพี่ ถือว่าเก่าจนเป็นสนิมแล้วเหรอ?” มันพูดกลั้วหัวเราะ
“ใหม่ที่นี่ เก่ามาจากที่ไหนล่ะ?”
สิ้นประโยคนั้น ทั้งห้องน้ำก็มีเพียงเสียงน้ำจากฝักบัวกระทบพื้น คิซาเมะนึกเสียใจกับความคะนองปากของตัวเอง แต่ทิฐิก็ไม่อนุญาตให้เขาเอ่ยทำขอโทษก่อน ชายหนุ่มค่อย ๆ เลี่ยงออกมาจากห้องน้ำ แล้วปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา
----------------------------------------------------------------------
เมื่อซุยเงสึแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยด้วยชุดนักศึกษาที่ทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแรกที่มาค้างที่บ้านนี้ คิซาเมะก็อุ่นซุปเมื่อคืนเสร็จแล้ว เขามองดูมันอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่มันก็มองดูซุปของเขาอย่างรู้สึกผิดเช่นกัน
“ผมจะกินหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่จะพยายามนะครับ”
“ชั้นตักน้ำให้นายเยอะหน่อย จะได้กินได้ง่าย ๆ”
คิซาเมะบอกโดยที่ไม่สบตามัน เด็กหนุ่มตักซุปใส่ปากเรื่อย ๆ เงียบเหมือนไม่รู้จะคุยอะไรดี ชายหนุ่มจึงเริ่มก่อน
“ของที่นายซื้อไว้แล้ว จะให้เอาใส่รถไว้เลยไหม เย็นนี้จะได้เอากลับบ้านเลยไง?”
มันเหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง “เอาไว้นี่ก่อนดีกว่าครับ”
“ไม่อยากเอาไปเก็บไว้ชื่นชมที่บ้านหรือไง?” เขาหยอก
“วันหลังผมมาค้างที่นี่จะได้มีเสื้อผ้าใส่ไงครับ” มันตอบหน้าเป็น
“นี่คิดจะมาอยู่บ้านชั้นเป็นการถาวรหรือไง ไม่คิดถึงรูมเมทดาราของนายบ้างเหรอ?” คิซาเมะลองแย้บ ๆ ดู
“ผมคิดว่าจะมาเป็นสะใภ้บ้านนี้แล้วล่ะ”
มันยิ้มหวานจ๋อย คิซาเมะสะดุ้ง...สะใภ้งั้นเหรอ? ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย! หน้าเขาร้อนแทบไหม้
“ใครขอให่นายมาเป็นสะใภ้บ้านนี้กัน!?! อย่ามามั่วนิ่ม”
มันชำเลืองตามองเขา บุ้ยปาก “ผมเป็นคนรักของซาเมฮาดะคุง จะไม่ใช่สะใภ้บ้านนี้ได้ยังไง?”
ในเมื่อมันอ้างซาเมฮาดะ ไม่ได้อ้างเขา ชายหนุ่มจะไปทำอะไรได้ เดี๋ยวมันก็จะโวยวายว่าเขากีดกันความรักอีกเท่านั้นเอง แต่เขาก็ยังดิ้นรนอยู่...ถ้ามันมาอยู่กับเขา ทางบ้านมันจะว่ายังไง ซุยเงสึไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่นี่นะ!
...จริง ๆ ถ้ามันเกิดจากกระบอกไม้ไผ่ก็น่าจะดีเหมือนกัน อย่างน้อยที่สุด ต้นไผ่ก็คงไม่ขืมขืนหน่อไม้หรอกมั้ง?
“นาน ๆ มาทีน่ะ...ได้ แต่ถ้ามาทุกวันชั้นไม่อนุญาต” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ขี้งก! แค่ผมมาอยู่ด้วยคนก็ไม่ได้เปลืองที่ทาง น้ำท่า ข้าวปลามากมายนักไม่ใช่หรือไง?”
“ตอนกลางคืนนายก็ต้องไปทำไซด์ไลน์ไม่ใช่รึไง คิดจะให้ชั้นเปิดประตูให้ตอนดึก ๆ ทุกคืนเหรอ? ฝันไปเถอะ!”
ซุยเงสึกัดริมฝีปาก...ชายหนุ่มพูดเรื่องไซด์ไลน์ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนจะตอกย้ำไม่ให้มันลืมว่า มันเป็นใคร...ก็แค่เด็กไซด์ไลน์...
“ก็ได้ครับ...นาน ๆ มาค้างทีก็ได้ จะได้ไม่รบกวนรุ่นพี่จนเกินไป”
เด็กหนุ่มผลักชามซุปที่กินหมดแล้วออกไปข้างหน้า คิซาเมะหยิบไปล้างพร้อมกับชามซุปของตัวเอง ใจคิดทบทวนว่าตนเองทำถูกหรือไม่ จนล้างเสร็จ เขาและมันจึงออกไปขึ้นรถเพื่อขับไปทำงานในเวลาเกือบหกโมงเช้า
“เข้าเดือนพฤศจิกาแล้ว อากาศก็ยังไม่เย็นลงสักนิด”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นลอย ๆ พยายามไม่ให้ซุยเงสึรู้ตัวว่านี่เป็นการชวนคุย
“ปกติก็ร้อนอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าจะน่าตื่นเต้นตรงไหน” มันว่าเข้าไปนั่น
“ก็ถ้าอากาศหนาวก็เที่ยวทะเลสนุกกว่าหน้าร้อนกับหน้าฝนน่ะสิ ทะเลหน้าหนาวสวยนะ รู้ไหม?”
“ก็แน่ล่ะ ไม่งั้นมันจะเป็นไฮซีซั่นหรือครับ” เด็กหนุ่มแอบขโมยสเตร็ปซิลของเขากินอีกเม็ด
“ก็นั่นแหละ อากาศหนาว แดดไม่ร้อนจัด เล่นน้ำทะเลสนุกดีออกนะ” เขาบอกใบ้เต็มที่
“แล้วเกี่ยวอะไรกับไปทะเล?” มันกระพริบตาปริบ ๆ แล้วจู่ ๆ ก็ทำหน้าหมือนนึกขึ้นได้ คว้าแขนเขาหมับ ดวงตาเปี่ยมความหวัง “รุ่นพี่จะชวนผมไปเที่ยวทะเลงั้นเหรอ?”
สีหน้าลิงโลดของซุยเงสึทำให้คิซาเมะยิ้มรับอย่างเอ็นดู...เด็กกับทะเล...ของคู่กัน
“ประมาณเดือนมกราต้น ๆ เดือน ทางบริษัทจะพาพนักงานทั้งหมดไปสัมมนา 3 วัน 2 คืน จริง ๆ แล้วไปเที่ยวเสียละมากกว่า”
สีหน้าดีอกดีใจของมันเปลี่ยนเป็นเซ็งแด่ว “โธ่เอ๊ย! ผมคิดว่ารุ่นพี่จะชวนผมไปเดทที่ทะเลสองต่อสองซะอีก”
“ใครจะชวนนายไปกัน!?!” ชายหนุ่มแผดเสียงเข้าข่ม “ถ้าจะไปทะเล ชั้นชวนสาว ๆ ไปดีกว่า!”
คราวนี้หน้าเซ็งของมันเปลี่ยนเป็นหน้าบึ้ง คิ้วขมวด เชิดหน้าขึ้นเหมือนกับว่าเขาดูถูกมันอย่างแรง
“ฮึ! ผมก็แค่คิดว่าจะได้เงิน 50,000 จากรุ่นพี่เท่านั้นแหละ”
“เงิน 50,000 เกี่ยวอะไรกับไปทะเล?” ชายหนุ่มออกจะงง ๆ ยังตามมันไม่ทัน
“ก็ถ้าใครอยากชวนผมไปค้างนอกสถานที่ อัตราสุดสัปดาห์ 3 วัน 2 คืน ผมคิด 50,000 น่ะสิครับ”
คิซาเมะมองหน้ามัน กระพริบตาปริบ ๆ “ใครเขาจะยอมจ่ายให้นายตั้ง 50,000 บาท?”
“อ้าว รุ่นพี่ไม่รู้อะไรเสียแล้ว...คนเสนอให้ผมไปค้างสุดสัปดาห์ด้วยน่ะ ล้นหลามเชียวนา”
“บริษัทเราหยุดวันอาทิตย์วันเดียว นายคงเสียรายได้ตรงนี้ไปเยอะเลยสินะ” เขาจิกกัดมันไม่ปราณี
“ก็ไม่เท่าไรหรอกครับ จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ชอบไปแบบนี้เท่าไร อุตส่าห์ได้ไปเที่ยวทั้งที ดันอยู่แต่ในห้องเสียนี่ ได้เห็นก็แต่เตียงกับเพดาน แถมพวกยอมจ่ายประเภทนี้มักจะคิดเรื่องความคุ้มค่าราคาเงินมากกว่าความสุนทรีย์ สักแต่จะทำให้คุ้มที่จ่ายไป ผมจะแย่เอา”
ใบหน้าของคิซาเมะเรียบเฉยเหมือนฟังผ่านหูไปอย่างนั้นเอง แต่มือของเขากำพวงมาลัยจนเส้นเลือดขึ้นปูดโปน
มันช่างเอาเรื่องที่เขาเกลียดมาพูดกรอกหูเขาได้บ่อยเสียจริง ๆ !
ชายหนุ่มบอกตัวเองว่าเขาเกลียดทั้งผู้ใหญ่เอาเปรียบเด็ก ผู้ใหญ่ที่จ่ายเงินซื้อบริการทางเพศจากเด็ก และยิ่งไปเสียกว่านั้น...เขาเกลียดเด็กที่ยอมพลีร่างกายเป็นของเล่นเพื่อแลกเศษเงินที่ผู้ใหญ่ตัณหาจัดโยนให้ราวกับหิวเงินเป็นนักหนา!
บรรยากาศในรถดูเหมือนจะทำให้หายใจไม่ออก คิซาเมะเงียบไป ไม่พูดอะไรกับเด็กหนุ่มอีกเลย เขาเร่งความเร็วของรกขึ้นจนน่ากลัว ซุยเงสึเหลือบตามองเขา แล้วก็รู้ว่าชายหนุ่มโกรธเสียแล้ว...
“รุ่นพี่ครับ...” มันค่อย ๆ เอ่ยปาก
คิซาเมะเงียบ...
“รุ่นพี่ครับ...จอดหน้าปากซอยเข้าบริษัทด้วยนะครับ...”
“นายจะทำไม!?!” ชายหนุ่มกระแทกเสียง “นัดแขกไว้หรือไง?”
คราวนี้ใบหน้าของซุยเงสึมึนชา สบตากับเขาโดยที่ไม่หลบอีกต่อไป
“ผมมาฝึกงานนะครับ รุ่นพี่”
“แล้วนายจะลงไปทำไม อีกนิดเดียวก็จะถึงบริษัทแล้วไม่ใช่รึไง!?!”
“รุ่นพี่อายไม่ใช่หรือครับ ถ้าจะให้ใครรู้ว่ามีเด็กไซด์ไลนั่งรถมาด้วยน่ะ”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ความหงุดหงิดของเขาเข้าครอบคลุมจิตใจ
“ที่ทำงานมีคนรู้ว่านายเป็นเด็กไซด์ไลนด์ด้วยหรือไง!?!” เขาหยุดนิดหนึ่ง...กวาดสายตามองทั่วร่างเด็กหนุ่มอย่างดูแคลน “รึว่ามีคนในบริษัทเคยเป็นลูกค้าของนาย ถึงจะได้มีคนรู้ว่านายขายตัว?”
ซุยเงสึเบะเหมือนเด็ก ๆ แล้วร้องไห้ออกมาดื้อ ๆ คิซาเมะตกใจ รีบชิดรถเข้าข้างทาง
“เป็นอะไรไป?”
มันเงยหน้ามองเขา น้ำตาร่วงเผาะ ๆ ส่ายหัว แต่ไม่ยอมตอบ ชายหนุ่มยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้มัน
“ส่ายหน้าแล้วร้องไห้ทำไม ไม่เป็นไรแล้วทำไมร้องไห้ หือม์?”
มันเบือนหน้าหนีเขา สะอื้นฮั่ก ๆ น้ำตาไหลไม่หยุด คิซาเมะจับคางมันให้หันกลับมาหาเขา
“เด็กขี้แย...ร้องไห้แล้วไม่น่ารักเลยรู้ไหม”
ซุยเงสึปาดน้ำตาลวก ๆ ขมวดคิ้วแล้วยกมือขึ้นปากแรง ๆ อีกครั้งเมื่อพบว่าน้ำตายังไหลออกมาไม่หยุด
“เด็กไซด์ไลน์ ขายตัว ไม่มีความน่ารักให้รุ่นพี่เห็นหรอกครับ”
“เรื่องนี้น่ะเอง...ไร้สาระน่า!” เขาดุมันที่คิดมากกับคำพูดของเขาเกินไป
“ไม่ได้ไร้สาระซะหน่อย มันมีสาระมากพอจะให้รุ่นพี่ยกมาว่าผมทุกครั้งไม่ใช่หรือไง?”
เด็กหนุ่มดึงกระดาษทิชชู่ในรถของเขามาเช็ดน้ำตา อีกแผ่นสั่งน้ำมูก คิซาเมะนิ่งไป เพราะจริงอย่างที่มันพูด
“ให้ผมลงตรงนี้เถอะครับ รุ่นพี่จะได้ไม่ต้องอายใครเขาที่มีเด็กไซด์ไลน์นั่งรถมาด้วย!”
“เหลวไหลจริง นั่งไปจนถึงนั่นแหละ ชั้นไม่ได้คิดมากขนาดนั้นซักหน่อย...” ชายหนุ่มกระอักกระไอ “ชั้นก็แค่หงุดหงิดไปหน่อย เลยปากเสียใส่นาย...อย่าคิดมากเลยนะ” ซุยเงสึเหลือบตามองเขาอย่างระแวง คิซาเมะจึงรีบพูดโดยเร็ว
“เอาเป็นว่า ชั้นผิดเอง...”
“แล้วรุ่นพี่โกรธเรื่องอะไรกันล่ะครับ?” ซุยเงสึขยุ้มทิชชู่รวมกันเป็นก้อนกลม
“ต้องบอกด้วยเหรอ?” ชายหนุ่มหน้าแดง
“ก็ต้องบอกสิครับ เรื่องที่รุ่นพี่โกรธแล้วมาพาลผม ผมก็ควรจะหลีกเลี่ยงให้ไกลสิ จริงไหม?”
“ช่างมันเถอะ” เรื่องอะไรเขาจะบอกมันล่ะ
“ช่างได้ยังไงล่ะครับ เดี๋ยวก็มาโกรธผมอีก” มันเซ้าซี้
ชายหนุ่มออกรถอีกครั้ง แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีขุดหมายปลายทางอยู่ที่บริษัทแสงอุษา...ไม่ใช่หน้าปากซอย
“ว่ายังไงล่ะครับ รุ่นพี่?”
ซุยเงสึเขย่าแขนเขาประกอบคำถาม คิซาเมะกำลังจะจนหนทางอยู่แล้ว เสียงระฆังช่วยก็ดังขึ้น
...พูดให้ถูกคือริงโทนโทรศัพท์มือถือ...
ชายหนุ่มถอนใจเฮือก ดูหน้าจอพบว่าเป็นอิทาจิที่เป็นคนโทรเข้ามา เขาจึงรีบกดรับทันที
“คิซาเมะ...” อิทาจิเรียกชื่อเขา แทนคำทักทาย
“มีอะไรหรือครับคุณอิทาจิ?”
“ได้ปลาทองหรือเปล่า?”
“ได้ครับ ตัวเมีย ตัวโต สวยมาก” เขายิ้ม สายตาทอดมองอยู่ที่ตันโจมองที่ว่ายวนอยู่ในถุงตรงที่วางเท้าของซุยเงสึ
“แล้วเอามาหรือเปล่า?”
“เอามาสิครับ โถ่!” คิซาเมะตอบกลั้วหัวเราะ
“คิดว่าลืม” ปลายสายพูดเหมือนเขาเป็นเด็กนักเรียนประถมที่มักจะลืมเอาหนังสือมาเรียน
“คุณอิทาจิถึงบริษัทแล้วหรือยังครับ?”
“อยู่หน้าบริษัทแล้วล่ะ พี่ยามกำลังเปิดประตูอยู่”
หลังจากเหตุการณ์ที่คนทั้งบริษัทต้องยืนรอหน้ารั้วถึง 8 โมงกว่า เมื่อคิซาเมะไปสายกว่าปกติในครั้งนั้น ยามของบริษัทแสงอุษาก็เลยต้องมาเปิดบริษัทให้เช้ากว่าเดิม และเป็นผู้เปิดประตูรั้วเสียเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ชายหนุ่มมากเกินไป
“มาเช้าจังนะครับ” เขาแซว ระยะหลังมานี้ อิทาจิมาทำงานตามเวลาที่ประธานบริษัทมาทำงาน...ซึ่งหมายความว่าสายโด่ง
“มาดาระมาส่งน่ะ ประตูเปิดแล้ว ชั้นไปคอยในห้องทำงานนะ”
“อย่าเพิ่งให้อาหารปลานะครับ” คิซาเมะรีบบอกก่อนที่อีกฝ่ายจะวางหูไป
“จะให้”
อิทาจิบอกอย่างดื้อดึงแล้ววางหูไปทันทีโดยที่ผู้ดูแลไม่ทันโต้แย้ง คิซาเมะมองโทรศัพท์ที่สัญญาณขาดหายไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าอิทาจิจะดื้อได้ขนาดนี้ ถึงเขาจะรู้มาก่อนล่วงหน้าและต้องรับมือมาตลอด 5 ปีที่ผ่านไปแล้วก็เถอะ
“รุ่นพี่อิทาจิว่ายังไงเหรอครับ?” ซุยเงสึเลียบ ๆ เคียง ๆ ถาม
“ไปถึงบริษัทแล้ว จะรออยู่ที่ห้องทำงาน ให้รีบเอาปลาไปให้เดี๋ยวนี้เลย”
ชายหนุ่มแปลสาระสำคัญที่คนรักของประธานมาดาระต้องการจะสื่อออกมาโดยกระชับ ฉับไว ได้ใจความ เด็กหนุ่มหัวเราะคิก
“รุ่นพี่อิทาจินี่เหมือนเด็ก ๆ เลยนะครับ เห่อปลาทองเสียด้วย”
“เห็นอย่างนั้น คุณอิทาจิก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่มากเชียวละ ต้องคอยดูแลกันอยู่เรื่อย ๆ เชียว”
คิซาเมะยิ้มน้อย ๆ เมื่อคิดถึงใบหน้าของคนที่กำลังพูดถึง ซุยเงสึเหลือบมองแล้วชักจะเริ่มอิจฉาขึ้นมาหน่อย ๆ
To be continue